ได้เห็นกลุ่มคนแปลกหน้าไม่ทราบที่มาเหล่านี้ จางไห่ก็พลันอยากจะลองรออีกสักหน่อย
เหยาหมิงหยวนลดแขนลงอย่างหน้าเสีย เติ้งเสียงสูดหายใจเข้าลึกๆ หันไปปรับไมโครโฟนบนแผงควบคุม
…
ณ ประตูที่เจ็ด ภายในห้องโถงทางเดิน
จางเถี่ยหอบหายใจฮักๆ พลางซัดหมัดเข้าที่ศีรษะของอสูรอมตะ จากตอนแรกที่ยังพอจะทำให้กะโหลกศีรษะร้าวได้ จนถึงตอนนี้หมัดของเขาแทบจะไร้ซึ่งความเสียหายใดๆ กลับกันเป็นเขาเองที่ภายใต้พลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของอสูรกาย เริ่มจะรับไม่ไหวแล้ว
“หัวหน้าหลิน!”
“ไอ้เวรนี่มันฆ่าไม่ตายเลยนี่หว่า!”
มุมปากของหลินอันยกขึ้น กระบี่ยาวในมือพลันลอยขึ้นมาอยู่ข้างกายทั้งสองข้าง
“เดิมทีมันก็ฆ่าไม่ตายอยู่แล้ว แค่กักตัวมันไว้ก็พอ…”
“หา?!”
จางเถี่ยถึงกับงงงัน ในชั่วพริบตาก็ถูกอสูรอมตะซัดจนหัวหมุน
“แล้วคุณจะให้ผมสู้กับมันทำไม!?”
หลินอันก้าวเท้าออกไป เอ่ยตอบเรียบๆ
“ทดลองอะไรบางอย่าง แล้วก็ถือโอกาสให้แกได้ฝึกฝนไปด้วย”
“ไม่คิดว่าเจ้านี่เป็นเป้าซ้อมที่ดีที่สุดเหรอ?”
จางเถี่ยถึงกับพูดไม่ออก เขารู้สึกว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นเป้าซ้อม
ทันใดนั้น เสียงประกาศจากลำโพงที่ซ่อนอยู่เหนือศีรษะก็ดังขึ้น
“หน่วยค้นหาและกู้ภัยจากภายนอก! ชายค