ม่ทราบว่าพวกท่านมีที่ดินขายบ้างหรือไม่”ผู้เฒ่าโจวเลิกคิ้ว “เหล่าจิ่ว เจ้าตั้งใจจะซื้อที่ดินหรือ”ผู้เฒ่าจ้าวพูดเสริมว่า “จริง ๆ แล้ว ส าหรับคนชนบท การท าเกษตรกรรมเป็นสิ่งส าคัญ”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ต่อไปพวกเราจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน การปลูกพืชผลคือสิ่งที่จ าเป็น”ผู้เฒ่าโจวครุ่นคิดครู่หนึ่ง“ในหมู่บ้านซีหลิ่งของพวกเรา ถ้าพูดถึงที่ดินดี ๆ ล้วนอยู่ในมือตระกูลชุย แต่โชคดีที่ดูแลมาหลายปี ที่ดินของครอบครัวเรา แม้จะไม่อุดมสมบูรณ์เท่าของตระกูลชุย ก็มีสภาพดีขึ้นมาก”โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเมล็ดพันธุ์ที่ผลิตจากพื้นที่มิติของภรรยาไม่เลือกสภาพดินฟ้าอากาศ ดังนั้นจึงไม่สนใจว่าที่ดินจะอุดมสมบูรณ์หรือไม่“สภาพที่ดินไม่ส าคัญ ที่ดินที่ดีล้วนต้องบ ารุงขึ้นมาทั้งนั้น พวกเราค่อย ๆ ท าไปได้”ในขณะเดียวกัน เซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวก็จ้องมองสองหัวหน้าตระกูล
พวกเขาก็มีความคิดเช่นเดียวกับโม่จิ่วเยี่ย การใช้ชีวิตในชนบทก็ต้องท าสิ่งที่คนชนบทควรท าผู้เฒ่าจ้าวกับผู้เฒ่าโจวสบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นผู้เฒ่าจ้าวก็เอ่ยขึ้นว่า“ที่ดินท ากินของสองตระกูลไม่ได้มีมากนัก มีแต่พื้นที่ใกล้เชิงเขาที่ว่างอยู่ ตอนนี้ถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้ว ที่ดินแบบนี้ พวกเจ้าต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงห้าปีถึงจะบ ารุงให้อุดมสมบูรณ์ได้”ชาวบ้านที่เกิดและเติบโตในหมู่บ้านซีหลิ่งต่างรู้กันดีว่า ที่ดินแบบนี้แม้จะปลูกพืชได้ก็ไม่ช่วยให้ผลผลิตมีมากนัก ไม่แน่ว่าอาจเ