ป็นการลงแรงไปโดยเปล่าผู้เฒ่าจ้าวนึกถึงตระกูลชุยขึ้นมาทันที่“เหล่าจิ่ว ตระกูลชุยมีที่ดินมากที่สุด มากจนคนในตระกูลเขาใช้พื้นที่ไม่หมด แต่ก่อนพวกเขาอาศัยอิทธิพลของชุยเหวินบังคับให้พวกเราส่งคนไปท างานที่นั่น ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนแล้ว ท่านนายอ าเภอคนใหม่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ลงโทษคนตระกูลชุย คงไม่ต้องไปท างานให้พวกเขาอีกต่อไป ที่ดินของพวกเขาต้องถูกทิ้งร้างไปมาก พอถึงตอนนั้นคนตระกูลชุยจะต้องคิดขายที่ดินแน่ พวกเจ้าอาจไปซื้อที่ดินจากมือพวกเขาได้”
นี่เป็นวิธีที่ดีจริง ๆ แต่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านอยากได้ที่ดินมากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นดินชนิดไหน ขอแค่อยู่ติดกันเป็นผืนใหญ่ก็พอไม่ว่าจะเป็นที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หรือที่ดินปล่อยรกร้างมาหลายปี พวกเขาก็ต้องการทั้งหมด“หัวหน้าตระกูลทั้งสอง ไม่ว่าจะเป็นที่ดินแบบไหน พวกเราก็อยากซื้อทั้งหมด”ความจริงแล้ว หัวหน้าตระกูลทั้งสองแนะน าให้โม่จิ่วเยี่ยไปซื้อที่ดินของตระกูลชุย ก็ใช่ว่ามีเจตนาแอบแฝง พวกเขาแค่คิดว่าในอนาคตจะต้องอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน จึงไม่อยากท าอะไรที่จะถูกคนวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ทั้งสองคนไม่คาดคิดคือ แม้พวกเขาจะพูดถึงขนาดนี้แล้ว แต่ท่าทีของอีกฝ่ายกลับยังคงแน่วแน่เช่นเดิมเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าโทษว่าพวกเขาไม่เตือน เงินที่ได้มาแล้ว ไม่มีใครอยากจะผลักออกไปหรอกผู้เฒ่าโจวกล่าวว่า “ที่ดินรกร้างของตระกูลโจวตรงเชิงเขามีประมาณยี่สิบหมู่ ที่นั่นเป็นที่ดินท