าเช่นนั้น ตาแก่อย่างข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว”เขาก็หยิบเงินยี่สิบเหวินที่เพิ่งเก็บเข้าถุงออกมา แล้วยัดให้โม่จิ่วเยี่ยทั้งหมด“ข้ากินข้าวที่นี่ได้ ไม่เป็นไร ส่วนค่าถ่านไม่ต้องคิดเงินแล้ว”ผู้เฒ่าโจวคิดในใจว่า ด้วยเงินเหล่านี้สกุลโม่สามารถน าไปซื้ออาหารได้ ในเมื่อเขามาทานข้าวที่นี่ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรให้เจ้าของบ้านขาดทุนโม่จิ่วเยี่ยเห็นท่าทีของผู้เฒ่าโจวก็ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้เขาผลักเงินกลับไป “ผู้เฒ่าโจว พวกเราเชิญท่านมากินข้าวแล้วจะเก็บเงินได้อย่างไร? ท่านก าลังดูถูกโม่เหล่าจิ่วหรือ?”“ไม่ ๆ ๆ ข้าไม่ได้คิดแบบนั้น ข้าแค่…”“ถ้าไม่ได้คิดแบบนั้น ท่านก็เก็บเงินไปเถอะ” โม่จิ่วเยี่ยไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้อธิบาย แล้วเชิญคนเข้าไปในห้องโถงนี่เป็นห้องที่ใหญ่ที่สุดของบ้านหลังนี้ เหมาะส าหรับจัดวางโต๊ะเก้าอี้ พวกเขาจึงเลือกทานอาหารเย็นที่นี่
ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกให้เหล่าสตรีช่วยกันย้ายโต๊ะเก้าอี้เข้าไปในห้องโถงขณะที่ทุกคนก าลังงานยุ่งอยู่นั้น โม่ชูหานที่ไม่รู้ว่าออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็พาเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ กลับมาพวกเขาทุกคนถือสัตว์ที่ล่ามาได้อยู่ในมือ จากสภาพที่เต็มไปด้วยฝุ่นของพวกเขา ก็พอจะบอกได้ว่าเหลียงห่าวกับพวกอยู่บนภูเขาเพื่อล่าสัตว์มาทั้งวัน