ับเหรียญยี่สิบเหรียญเก็บไว้ ส่วนที่เหลือคืนให้เฮ่อจือหร่านทั้งหมด“ภรรยาเหล่าจิ่ว พวกเราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน แค่ซื้อถ่านไม้ข้าคิดตามราคาต้นทุนเท่านั้น”เฮ่อจือหร่านรู้สึกสงสารความยากล าบากของชาวนาเหล่านี้ จึงไม่อยากให้พวกเขาต้องเหนื่อยโดยเสียเปล่า
“ผู้เฒ่าโจว พวกท่านลงแรงไปแล้ว การได้ก าไรบ้างก็ถือเป็นเรื่องปกติ ท่านรับไว้เถอะ!”ผู้เฒ่าโจวเห็นว่านางยืนกรานจะให้เงิน จึงถอยหลังไปหลายก้าว“พวกเราชาวไร่ชาวนาเป็นคนซื่อสัตย์ หลายปีมานี้ คนในหมู่บ้านซื้อถ่านไปก็คิดราคานี้”ไม่คิดว่าผู้อาวุโสคนนี้จะดื้อรั้นขนาดนี้เมื่อเป็นเช่นนั้น เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้รบเร้าเขาอีกนางมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยแล้วเอ่ยว่า “ท่านพี่ ตอนพวกเรามาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง ก็ได้หัวหน้าตระกูลทั้งสองช่วยเหลือไว้ไม่น้อย ไม่สู้เชิญพวกเขามาทานอาหารเย็นที่บ้านเราดีหรือไม่”โม่จิ่วเยี่ยก็คิดเช่นเดียวกัน เพราะในอนาคตพวกเขาต้องอาศัยอยู่ที่นี่อีกนาน การมีความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านจึงเป็นเรื่องส าคัญ“ดี ข้าจะไปเชิญผู้เฒ่าจ้าวมา”ผู้เฒ่าโจวตั้งใจจะปฏิเสธ ในยุคนี้ไม่มีครอบครัวไหนที่ร ่ารวย การมีอาหารให้คนในบ้านกินอิ่มก็ถือว่าดีมากแล้ว ถ้าเขาอยู่กินข้าวที่นี่เจ้าของบ้านก็จะมีเสบียงน้อยลง
แต่กลิ่นอาหารที่โชยมาจากครัวของบ้านสกุลโม่ชวนให้น ้าลายสอมาก อีกอย่างถือโอกาสนี้ท าความรู้จักเพื่อนบ้านใหม่ให้มากขึ้นก็ดีดังนั้นผู้เฒ่าโจวจึงไม่ได้ปฏิเสธ“ถ้