เฮ่อจือหร่านตอบอย่างถ่อมตัว “ข้าได้เรียนรู้เพียงผิวเผินมาโดยบังเอิญ จึงพอจะสื่อสารได้บ้าง”หูชงเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง“ตอนที่ข้ามาถึงซีเป่ย เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ข้าจึงไปท างานเป็นกรรมกรที่ท่าเรือ ภรรยาของข้ามาส่งอาหารให้ บังเอิญมีชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้า ชาวต่างชาติคนนั้นใช้วิธีอะไรสักอย่างถึงกับท าให้ภรรยาของข้าเต็มใจจะไปกับเขา…”ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หูชงถือว่าเรื่องนี้เป็นความอัปยศของตัวเอง ไม่เคยเล่าให้ผู้ใดฟังมาก่อนอาจเป็นเพราะวันนี้ได้เห็นชาวต่างชาติ จึงกระตุ้นความโกรธแค้นที่ฝังอยู่ในใจมานาน หรือเป็นเพราะพบเจอคนคุ้นเคยจึงอยากระบายความทุกข์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ในที่สุดเขาก็อดไม่ไหวเริ่มเล่าออกมาโม่จิ่วเยี่ยพอจะรู้เรื่องราวของหูชงอยู่บ้าง เขาอาศัยการสอบขุนนางเพื่อก้าวสู่ต าแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธาธิการไปทีละขั้นนอกจากนี้ หูชงยังเป็นคนใจดี เขาแต่งงานเพียงครั้งเดียว ไม่เพียงแค่นั้น แม้เขาจะล่วงเลยเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่ในบ้านก็ยังไม่มีบุตรสักคน
มีคนแนะน าให้เขาแต่งอนุภรรยาเพื่อมีลูก แต่หูชงก็ไม่ท าเช่นนั้นหูชงถูกตัดสินให้ต้องเนรเทศ แต่ไม่ได้ลงโทษหนักถึงเก้าชั่วโคตร ดังนั้นจึงมีเพียงเขากับภรรยาที่ถูกเนรเทศมาที่นี่ด้วยกันภรรยาที่พึ่งพาอาศัยกันมาตลอดถูกชาวต่างชาติพาตัวไป ไม่ว่าจะเป็นหูชงหรือชายคนไหนก็คงทนไม่ได้ทั้งนั้นโม่จิ่วเยี่ยยื่นมือออกไปตบไหล่หูชงเบา ๆ “พี่หู เ