สีแดงกะพริบถี่ขึ้น กลิ่นคาวเลือดยิ่งทวีความรุนแรง
หลินอันพลันชะงักฝีเท้า เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตูนิรภัยอันหนาหนักบานหนึ่ง
“นี่คือ…ประตูบานสุดท้าย”
“อสูรกายตนนั่นก็อยู่ข้างใน…”
“จางเถี่ย เดี๋ยวเจ้าเข้าไปหยั่งเชิงก่อน ข้าพร้อมเข้าเสริมได้ทุกเมื่อ”
หลินอันพลิกข้อมือ หยิบกระบี่ยาวที่ทำจากโลหะผสมออกมาจากแหวนมิติ เขาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะเปิดประตูจึงหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังอีกครั้ง
“เวินหย่า สร้างม่านพลังจิต ลองดูว่ามันจะได้ผลกับสิ่งมีชีวิตพิเศษประเภทนี้หรือไม่”
นับตั้งแต่มีโม่หลิงเข้ามา เวินหย่าก็แทบจะไม่ได้ใช้พรสวรรค์ของตนเองอีกเลย ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุน คอยส่งมอบพลังจิตให้แก่คนอื่นๆ นี่ไม่ใช่เพราะทักษะของเวินหย่าไร้ประโยชน์ แต่เป็นเพราะ ‘การอัญเชิญผู้วายชนม์’ ของโม่หลิงนั้นใช้งานได้ดีเกินไปต่างหาก...
หากเป็นกองกำลังอื่น ม่านพลังจิตของเวินหย่าแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ระดับยุทธศาสตร์เลยทีเดียว
“รับทราบ”
เมื่อได้ยินคำสั่ง ในดวงตาของเวินหย่าก็ฉายประกายสีเงินออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่ม่านพลังจิตสี่สายอันไร้รูปจะแผ่ออกไปครอบคลุมร่างของทุกคนไว้ แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ก็ยัง