กเขามีรายได้บ้างแล้วผู้เฒ่าจ้าวเรียกคนในตระกูลมาคนหนึ่ง“จ้าวฝู พาพวกเขาสามีภรรยาไปดูบ้านของเจ้าหน่อย”จ้าวฝูรีบวิ่งน าทางไป ในใจก็สวดภาวนาขอให้บ้านของตนสามารถให้คนเช่าได้ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ครอบครัวของเขาก็จะมีเงินเพิ่มขึ้นอีกก้อนบ้านของจ้าวฝูก็คล้ายกับบ้านของผู้เฒ่าจ้าว เพียงแต่ตัวบ้านดูดีกว่าเล็กน้อยหลังจากส ารวจดูแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงหันไปมองผู้เฒ่าจ้าวกับจ้าวฝูที่ก าลังจ้องมองเขาจนตาเป็นประกาย“ไม่ทราบว่าบ้านสองแห่งนี้ให้เช่าราคาเท่าไหร่?”
จ้าวฝูมักจะฟังหัวหน้าตระกูลเสมอ จึงมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้เขาโดยตรงผู้เฒ่าจ้าวเป็นคนใจดี แม้จะรู้ว่าโม่เหล่าจิ่วอยากจะเช่าบ้าน แต่ก็ไม่ได้เรียกราคาที่แพงเกินไป“บ้านสองนี้ว่างมาหลายปีแล้ว จะปล่อยให้ว่างหรือไม่ก็ไม่ต่างกันท่านจ่ายเดือนละสองร้อยเหวินก็พอ”ราคานี้ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแล้วถือว่าถูกมากการเช่าโรงเตี๊ยมเพื่อพักสิบคน หนึ่งคืนต้องจ่ายอย่างน้อยหนึ่งร้อยเหวินบ้านหลังใหญ่ที่มีหลายห้องกลับคิดเพียงเดือนละสองร้อยเหวินบ่งบอกว่าผู้เฒ่าจ้าวคนนี้เป็นคนจริงใจมากโม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่าบ้านเหล่านี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเช่า เพราะพวกเขาทั้งสามตระกูลต้องการเช่าบ้านอยู่ และที่นี่ก็มีบ้านที่ว่างเพียงสามหลังเท่านั้น“ผู้เฒ่าจ้าว พวกเราจะเช่าบ้านทั้งสองหลังนี้ หลังจากพวกเราดูบ้านของตระกูลโจวแล้ว จะมาปรึกษารายละเอียดกับท่านอีกที”ค าพูดนี้ท าให้ผู้