ต่เพราะยังมีตระกูลเซี่ยกับตระกูลฟางอยู่ด้วย พวกเขาจึงไม่กล้าตัดสินใจเช่าทันที่อย่างน้อยก็ต้องบอกกล่าวกับอีกสองตระกูลก่อนถึงจะตัดสินใจโม่จิ่วเยี่ยสอบถามราคาก่อน “ผู้เฒ่าโจว ค่าเช่าบ้านหลังนี้เท่าไหร่หรือ?”ผู้เฒ่าโจวยิ้มตาหยีพลางกล่าวว่า “บ้านของตระกูลจ้าวไม่ใหญ่เท่าบ้านของข้า ราคาค่าเช่าก็เดือนละสองร้อยเหวิน ส่วนบ้านของข้าใหญ่กว่านิดหน่อย เช่นนั้นคิดสามร้อยเหวินเป็นอย่างไร?”เขากลัวว่าถ้าตั้งราคาแพงเกินไปคนก็จะไม่เช่า พาให้เสียรายได้ที่จะเข้ามาไปเปล่า ๆเมื่อเทียบกับบ้านของตระกูลจ้าวแล้ว ราคานี้ถือว่ายุติธรรมมาก
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าโดยไม่ลังเลทันที่ “ตกลง พวกเราจะเช่าบ้านหลังนี้”ซีเป่ยช่วงหน้าหนาวค่อนข้างหนาวเย็นและอาจมีหิมะตก โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านตรวจดูแล้ว ทุกห้องมีเตียงเตาดิน ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้อบอุ่น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่พวกเขายังไม่มีเตียงชั่วคราวได้อีกด้วยด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจว่าคืนนี้จะย้ายเข้ามา แม้ว่าบ้านนี้จะไม่มีคนอยู่อาศัยมานานและดูเงียบเหงาไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าอยู่ในกระโจมเมื่อตัดสินใจได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยปาก “ผู้น าตระกูล พวกเราตั้งใจจะย้ายเข้ามาคืนนี้เลย พวกท่านไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?”“ไม่มีปัญหา ๆ ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร พวกเราทุกคนก็ช่วยคุณชายได้” ผู้เฒ่าจ้าวกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้าง“ได้ เช่นนั้นข้าจะไปบอกกับทุกคนให้ย้ายมาเดี๋ยวนี้”พูดจ