ยหน้าได้ มิฉะนั้นต่อไปตระกูลชุยจะมีที่ยืนอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งได้อย่างไร?คิดได้ดังนั้น คนผู้นั้นก็กระโดดลงจากเกวียนวัวทันที่ แล้วชี้นิ้วใส่โม่จิ่วเยี่ยพลางตะโกนว่า“เจ้ามองอะไร ถ้ายังมองอีก ระวังข้าจะควักลูกตาเจ้าออกมา”ส าหรับคนเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยคร้านจะเสียเวลาพูดคุยด้วยซ ้าได้ยินเพียงเสียง ‘เพียะ’ ดังขึ้น แส้ที่ใช้บังคับลาก็ฟาดลงบนตัวคนผู้นั้นอย่างแรงผู้ใหญ่บ้านชุยเห็นคนในตระกูลต้องการหาเรื่องกับโม่จิ่วเยี่ย เดิมทียังตั้งใจจะห้ามปราม แต่ผลคือการเคลื่อนไหวของเขาช้าไปกว่าคนหนุ่มสาวพวกนี้
เพียงเห็นโม่จิ่วเยี่ยยกแส้ในมือขึ้น เขาจึงตะโกนเตือนว่า “ชุยเหลียง รีบหลบเร็ว!”แต่ค าเตือนของเขาก็ยังช้าไป แส้นั้นฟาดลงบนตัวชุยเหลียงอย่างหนักส าหรับคนที่ฝึกวิชายุทธ์มาตลอด แม้จะไม่ได้ใส่ก าลังภายในลงไป แต่แรงของแส้ที่ฟาดลงบนร่างกายก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทานทนได้ชุยเหลียงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด “อ๊าก…กลางวันเช่นนี้เจ้ายังกล้าลงมือ บ้านเมืองยังมีกฎหมายอยู่หรือไม่?”โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ “เจ้ายังรู้จักกฎหมายด้วยหรือ? ตอนที่พวกเจ้าอาศัยว่ามีญาติเป็นถึงรองนายอ าเภอ แล้วท าตัวเป็นอันธพาลในหมู่บ้านซีหลิ่ง ท าไมไม่พูดเรื่องกฎหมายบ้าง?”ตอนนี้มีคนมากมายมามุงดูเหตุการณ์กันแล้วพวกเขาไม่รู้ว่าคนที่ทะเลาะกันมีความสัมพันธ์อะไร แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็เห็นว่าคนบนเกวียนวัวเป็นฝ่ายยั่วยุก่อนคนแบบนี้ไม่ต้องคิดสงสั