ล้ว แม้จะไปที่บ้านตระกูลชุยตอนนี้ก็คงไม่ได้พบผู้ใหญ่บ้านชุยแน่
โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่าต้องเป็นเช่นนั้น เขามองท่านลุงทั้งสองคน พวกเขาต่างเป็นปัญญาชนที่ไม่มีก าลังแม้แต่จะมัดไก่ ด้วยกังวลว่าพวกเขาจะเสียท่าจึงเอ่ยเตือนว่า“ท่านลุงทั้งสอง ตระกูลชุยคนมากอิทธิพลใหญ่ พวกท่านสองคนไปที่นั่นอาจจะเสียเปรียบ ไม่สู้กลับไปเรียกคนมาด้วยอีกสองสามคนเถอะ”สิ้นเสียง เซี่ยเทียนไห่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย “หลานชาย เจ้าไม่คิดจะไปกับพวกเราด้วยหรือ?”โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้าแล้วพูดว่า“เดิมทีวันนี้ข้ากับภรรยาก็ตั้งใจจะเข้าเมืองไปซื้อสมุนไพรบางอย่าง คิดว่าการตามหาที่อยู่คงไม่ใช้เวลานานจึงมาด้วยกัน หากจะไปโต้เถียงกับคนตระกูลชุยอีก กลัวว่าเวลาจะยืดยาว พวกเราก็คงไม่ทันเข้าเมือง”เซี่ยเทียนไห่พยักหน้า “หากหลานชายกับหลานสะใภ้มีธุระก็ไปท าเถอะ พวกเราจะไปเรียกคนในตระกูลไปพูดคุยกับตระกูลชุยด้วยกัน”โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านคิดว่า แม้ผู้ใหญ่บ้านชุยจะไม่อยู่บ้านแต่พวกเขาไปก่อความวุ่นวายได้ก็ดี อย่างน้อยคงท าให้คนตระกูลชุยรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่คิดจะรังแกได้ง่าย ๆ
เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกข้าวปั้นน้อยรบกวนอีก เฮ่อจือหร่านเลือกจะรออยู่ตรงนั้น ส่วนโม่จิ่วเยี่ยกลับไปน าเกวียนลาเพียงคนเดียวไม่นานนัก เขาก็ขับเกวียนลากลับมา รอให้เฮ่อจือหร่านนั่งดี ๆแล้ว เกวียนลาก็แล่นออกไปเส้นทางเข้าเมืองไม่ได้อยู่ใกล้ ชาวบ้านซีหลิ่งแต่เดิมมักจะโดยสารกับเ