เผิงวั่งเข้าใจนิสัยใจคอของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านดี แม้ว่าปกติทั้งสองจะยิ้มแย้มแจ่มใสกับทุกคน แต่นั่นก็เพราะไม่มีใครมาท าให้พวกเขาโมโหโดยเฉพาะเฮ่อจือหร่าน ภาพนางตะโกนใส่โจวเหล่าปายังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจ า…เผิงวั่งท าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุมตัวนักโทษมาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสนิทสนมกับนักโทษระหว่างเดินทางแบบนี้ตอนนี้เขาถือว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นสหายสนิท และความจริงแล้วก็ไม่อยากให้พวกเขาถูกคนอื่นรังแกหรือวางแผนร้ายเล่นงานดังนั้นเผิงวั่งจึงคิดว่าก่อนจะไปหารองนายอ าเภอชุยเพื่อจัดการเรื่องส่งตัวนักโทษ เขาจ าเป็นต้องเตือนพวกเขาเสียก่อนคิดได้ดังนั้น เผิงวั่งจึงสั่งให้ขบวนรออยู่หน้าที่ว่าการอ าเภอ แล้วเขาก็เดินมาหาคนสกุลโม่เพียงล าพังโม่จิ่วเยี่ยเห็นเผิงวั่งเดินมาก็รู้ว่าเขาคงมีเรื่องอะไรจะพูด จึงถามขึ้นก่อน“พี่เผิงท่านมีเรื่องอะไรหรือ?”เผิงวั่งเข้าไปใกล้กลุ่มคนสกุลโม่ แล้วพูดเสียงเบา
“น้องชาย เมื่อครู่นี้เจ้าหน้าที่หน้าที่ว่าการอ าเภอบอกข้าว่านายอ าเภอคนเก่าของเมืองอวิ่นย้ายไปรับต าแหน่งที่อื่นแล้วนายอ าเภอคนใหม่ยังไม่มาถึง ตอนนี้การจัดการเรื่องของพวกเจ้าจะอยู่ในความรับผิดชอบของรองนายอ าเภอชุยแต่เพียงผู้เดียว”ตอนที่เจ้าหน้าที่แจ้งเรื่องนี้กับเผิงวั่ง โม่จิ่วเยี่ยก็ได้ยินมาบ้าง“รองนายอ าเภอจัดการเรื่องส่งมอบนักโทษมีอะไรแตกต่างกันหรือ?”เผิงวั่งมองเจ้าหน้าที่สองคนตรงหน้าประตูที่ว่า