ำสอยู่รับราชการในเมืองหลวงยามนี้สกุลโม่ถูกเนรเทศออกไปทั้งตระกูล พร้อมกันนั้นยังมีขุนพลในชายแดนหลายคนลาออกไปด้วยฝ่ำยศัตรูเห็นสถำนการณ์เช่นนี้ก็เริ่มได้ใจ นาทัพมาก่อกวนชายแดนเป็นครั้งคราว
จักรพรรดิซุ่นอู่จึงต้องคัดเลือกขุนพลบำงคนในเมืองหลวงส่งไปประจาการที่ชายแดนจำนวนขุนพลในเมืองหลวงจึงลดน้อยลงเรื่อย ๆ เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังปรากฏตัวอยู่ในราชสานักยามเช้ำ ซึ่งล้วนเป็นขุนพลอาวุโสและขุนพลใหม่ที่ไร้ประสบการณ์จักรพรรดิซุ่นอู่ทรงกริ้วมาก นึกถึงภำพในอดีตเมื่อครั้งที่บิดำและบุรุษสกุลโม่ยังอยู่พร้อมหน้ำโดยไม่รู้ตัวเช่นเดียวกับการปราบปรามกลุ่มเหยียนปำง ยามก่อนเพียงแค่พระองค์เอ่ยปำก โม่อวิ๋นเฟิงก็อาสานาทัพออกไปทันที่ แต่ตอนนี้ไม่มีคนสกุลโม่แล้ว พระองค์จึงตกอยู่ในสถำนการณ์ที่ไม่มีใครให้ใช้งำนได้อย่ำงไรก็ตำม จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่ได้รู้สึกว่าการลงโทษสกุลโม่นั้นเป็นสิ่งที่ผิดเมื่อเทียบกับความทะเยอทะยานของสกุลโม่ที่ทำให้พระองค์ต้องรู้สึกระแวงใจ พระองค์ยังรู้สึกสบำยใจกับสถำนการณ์ในปัจจุบันมากกว่าสุดท้ำยจึงมีขุนพลอาวุโสแซ่จินอาสาไปยังทะเลสาบเกลือ ถึงค่อยบรรเทำความโกรธเคืองของจักรพรรดิซุ่นอู่ลงได้ต่ำงจากจักรพรรดิซุ่นอู่ที่กำลังกริ้ว ณ ชำนเมืองต้นน้ำของทะเลสาบเกลือ แว่วเสียงสดใสร่ำเริงดังมาไม่ขำดสาย
สตรีทั้งหลายทำตุ๊กตำหมีแพนด้ำ หมีน้อย และตุ๊กตำเป็ดชุดแรกสาเร็จแล้วมีสตรีคนไหนบ้ำงที่ยังต้ำนทำนความน่ำรักขอ