าคาแล้วเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านพูดพลางพาลูกค้าไปทางโตธด้านหน้าเพื่อเลือกตุ๊กตาเฮ่อจือหร่านดูอยู่สักพัก รู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว จึงจูงมือโม่จิ่วเยี่ยเดินออกมาด้วยกันพอกลับไปยังเส้นทางเล็ก ๆ มุ่งหน้าสู่ค่ายพัก ก็เจอกับโม่ชูหานที่ดูกระวนกระวายใจเล็กน้อยโม่ชูหานสาวเท้าเข้ามาหา“น้องเก้า! น้องสะใภ้เก้า! ในที่สุดพวกเจ้าก็กลับมาแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว “พี่แปด เกิดอะไรขึ้น?”“เมื่อครู่พี่สะใภ้หกเป็นลมไป ท่านแม่บอกว่าตัวนางร้อนมาก”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงส่งอาหารในมือให้โม่ชูหานถือทั้งหมดแล้วจับมือเฮ่อจือหร่านวิ่งไปทางค่ายเมื่อกลับถึงค่ายพัก เฮ่อจือหร่านก็เห็นคนมากมายล้อมรอบกระโจมหลังหนึ่งอยู่นางแหวกฝูงชนเดินเข้าไปข้างในพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รองก าลังใช้ผ้าเช็ดหน้าผากให้พี่สะใภ้หกหลังเห็นเฮ่อจือหร่านกลับมาแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่จึงรีบลุกขึ้นและสละที่ให้นาง“น้องสะใภ้เก้า เจ้ากลับมาพอดีเลย รีบมาดูพี่สะใภ้หกของเจ้าหน่อย ท าไมจู่ ๆ นางถึงเป็นลมไปแบบนี้”เฮ่อจือหร่านเข้าไปใกล้และลองแตะหน้าผากของพี่สะใภ้หก รู้สึกได้ว่าร่างกายของอีกฝ่ายร้อนมากตอนนี้พี่สะใภ้หกเริ่มมีสติบ้างแล้ว เสียงนางเอ่ยแผ่วเบา“ข้าไม่เป็นไร แค่ไม่สบายเท่านั้น”เฮ่อจือหร่านไม่ประมาทหากยังไม่แน่ใจว่าพี่สะใภ้หกเป็นอะไรกันแน่นางยื่นมือไปจับชีพจรของสะใภ้หก คิ้วค่อย ๆ ขมวดแน่นขึ้นพี่สะใภ้หกไม่สบายจริง ๆ แต่จากชีพจรที่นางตรวจเหมือนจะไม