โม่จิ่วเยี่ยเห็นเจ้าหน้าที่ที่ก าลังตามหาคนเมื่อครู่นี้แล้ว หลังจากอธิบายเรื่องราวให้โม่ชูหานฟังอย่างละเอียด เขาก็แกล้งท าเป็นไม่รู้เรื่องอะไรเลยและเดินเข้าไปหาเผิงวั่ง“พี่เผิง เกิดอะไรขึ้นหรือ?”ทันทีที่เห็นโม่จิ่วเยี่ย เผิงวั่งก็นึกถึงเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนว่าอาจเกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรก็ตาม พอมองสีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้งก็เหมือนจะไม่ใช่เผิงวั่งถามกลับอย่างสงสัย “เจ้าไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ หรือ?”โม่จิ่วเยี่ยดูงุนงงเล็กน้อย“ท าไมพี่เผิงถึงถามแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”เผิงวั่งเห็นว่าแววตาของโม่จิ่วเยี่ยไม่เหมือนคนที่ก าลังโกหก จึงถอนหายใจออกมา“เมื่อครู่ข้าส่งคนออกไปสืบข่าว เห็นว่าเมื่อคืนเรือส าราญที่องค์ชายหนานเหิงโดยสารจะเกิดเพลิงไหม้กลางทะเลสาบ อีกทั้งองค์ชายก็หายตัวไปด้วย ทางการจึงสั่งให้ปิดท่าเรือและประตูเมือง ห้ามใครเข้าออกจนกว่าจะพบตัวองค์ชายหนานเหิง”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเผิงวั่งเป็นคนฉลาดย่อมอาจจะสงสัยตัวเขา และจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อขจัดความสงสัยของเผิงวั่งออกไปด้วยเหตุนี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงแสดงสีหน้ามากขึ้นอีกหลายส่วน“เช่นนั้น การที่วันก่อนพวกเราไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ ก็เป็นเพราะองค์ชายหนานเหิงมาที่นี่ใช่หรือไม่?”เผิงวั่งสังเกตสีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยอย่างละเอียด ตอนนี้เขาสามารถตัดสินได้แล้วว่าการหายตัวไปของหนานเหิงไม่เกี่ยวข้องกับโม่จิ่วเยี่ยจริง ๆเขาตบไหล่ของโม