ึกว่าทุกอย่างช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปเฮ่อจือหร่านก็รู้สึกไม่ต่างกัน นางยืนอยู่หน้าแผงควบคุมพลางมองดูทุกสิ่ง ราวกับก าลังชมภาพเคลื่อนไหวขนาดใหญ่
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านตื่นเต้นราวกับเป็นเด็กน้อยมุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง ลักยิ้มตื้น ๆ ดูราวกับบรรจุความสุขไว้เต็มเปี่ยมโม่จิ่วเยี่ยหันไปมอง ก็เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มดุจดอกไม้บานของนางพวกเขาอยู่ด้วยกันมานาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นนางยิ้มอย่างมีความสุขเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยถึงกับมองจนเหม่อไปเฮ่อจือหร่านจดจ่ออยู่กับกระบวนการเก็บเกี่ยว จึงไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีของโม่จิ่วเยี่ยเมื่อนางจัดการทุกอย่างเสร็จ แล้วมองเสบียงอาหารนานาชนิดที่วางเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ตรงหน้า นางก็อยากจะน าออกไปให้คนในบ้านได้ลิ้มลองแล้วแต่น่าเสียดายที่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่ายหากจะน าออกไปเปิดเผยโม่จิ่วเยี่ยเห็นนางเหม่อลอยไป จึงเข้ามาสอบถาม“ก าลังคิดอะไรอยู่?”เฮ่อจือหร่านชี้ไปยังอาหารเหล่านั้นแล้วพูดว่า “ข้าก าลังคิดว่าจะท าอย่างไรให้พวกเราได้ลิ้มลองของพวกนี้บ้าง”โม่จิ่วเยี่ยกลับมีความกล้ามากกว่านางเล็กน้อย
“คนของทางการคงหาหนานเหิงไม่เจอและไม่ยอมเปิดทางให้เดินทางในเร็ววันนี้ พวกเราจะบอกพี่เผิงว่าพรุ่งนี้จะไปเดินเล่นในป่าสักหน่อย”ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเฮ่อจือหร่านก็เปล่งประกายขึ้นทันที่“ความคิดของท่านไม่เลวเลย ถึงตอนนั้นข้าก็จะเลือกอาหารที่เหมาะสมเอาออกไปด้วย”ในเมื่อ