หนานเหิงเห็นว่าสิ่งที่ตนพูดออกไปไม่ได้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยโกรธอีกจึงครุ่นคิดสักพักแล้วพูดเรื่องหนึ่งออกมา“ข้ายังส่งคนไปซุ่มโจมตีที่ภูเขาวัว เพราะหวังจะเอาชีวิตโม่จิ่วเยี่ย”เรื่องนี้เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็รู้จากปากของชายชุดด าแล้วพอหนานเหิงยอมรับด้วยตัวเอง ก็เป็นเพียงการยืนยันอีกรอบหนึ่งเท่านั้น“ข้าท าเรื่องแค่นี้กับคนสกุลโม่ไป ไม่มีอย่างอื่นแล้ว”หนานเหิงถูกมัดมือมัดเท้าด้วยเชือกอยู่ ไม่เช่นนั้นเขาคงจะยื่นมือออกมาท าท่าสาบานเพื่อให้คนตรงหน้าเชื่อโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เดินมาเบื้องหน้าเขา พลางเอ่ยเสียงทุ้ม “ลองคิดให้ดี เจ้าท าเรื่องอื่นอีกหรือไม่”หนานเหิงส่ายหน้าอย่างหนัก “ไม่มีแล้วจริง ๆ ข้าท าแค่เรื่องพวกนี้ ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากข้าได้ยินว่าเจ้ากับหนานฉีบาดหมางกันมือสังหารที่เตรียมส่งออกไปก็ถูกเรียกกลับมาแล้วด้วย”เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยสบตากัน พวกเขารู้สึกว่าหนานเหิงไม่ได้โกหก
เมื่อเป็นเช่นนั้น อีกฝ่ายก็ไม่มีความจ าเป็นต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้วเฮ่อจือหร่านหยิบมีดขึ้นมา เล็งไปที่ล าคอของหนานเหิง ตั้งใจจะจัดการเขาอย่างรวดเร็วหนานเหิงคิดว่านางไม่เชื่อค าพูดของเขา เตรียมจะบีบบังคับถามต่อเขาตะโกนด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ทุกอย่างที่ข้าท า ข้าได้บอกพวกเจ้าไปหมดแล้ว! พวกเจ้าจะกลับค าพูดไม่ได้นะ…”เมื่อเผชิญหน้ากับคนขี้ขลาดแบบนี้ เฮ่อจือหร่านก็หัวเราะเยาะในใจ พร้อมกับหยุดการเคลื่อนไหวในม