ก่อนเถอะ”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ได้”ทั้งสองจัดการเก็บกวาดเล็กน้อยแล้วออกจากพื้นที่มิติไปพร้อมกัน
โม่จิ่วเยี่ยส ารวจบริเวณรอบนอกกระโจมก่อน จากนั้นจึงอุ้มเฮ่อจือหร่านขึ้นมา แล้วเงาร่างของทั้งคู่ก็หายวับไปในพริบตาทั้งสองเคลื่อนไหงว่องไวเข้าไปในป่าลึก แล้วหยุดยืนอยู่หน้าบึงน ้าลึกแห่งหนึ่งเฮ่อจือหร่านมองลงไปในบึง มองน ้าที่ลึกจนไม่เห็นก้นบึงนางไม่รอช้า ใช้จิตส านึกน าศพออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วโยนลงไปในบึงทันที่ในสถานที่และบึงน ้าลึกเช่นนี้ เป็นที่ที่เหมาะส าหรับก าจัดศพจริงๆจากนี้ไปคงไม่มีใครหาศพทั้งสองคนนี้เจอได้อีกตลอดกาล…เมื่อจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ตรวจสอบการแต่งกายของกันและกัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดหรือร่องรอยใด ๆ หลงเหลืออยู่ ก่อนจะออกเดินทางไปด้วยกันโม่จิ่วเยี่ยอุ้มเฮ่อจือหร่านแล้วใช้วิชาตัวเบาเดินทางกลับ พวกเขาหยุดอยู่ในป่าทึบห่างจากค่ายพักไปหลายลี้เฮ่อจือหร่านเพียงแค่นึกในใจ โม่อวิ๋นเฟิงก็ปรากฏตัวขึ้นบนพื้นที่ว่างเบื้องหน้าพวกเขาโม่จิ่วเยี่ยก้าวไปข้างหน้า เอื้อมมือไปแตะใบหน้าของโม่อวิ๋นเฟิงเบา ๆ
“พี่สาม ท่านตื่นสิ ข้าคือจิ่วเยี่ย ท่านได้ยินเสียงข้าหรือไม่?”โม่จิ่วเยี่ยเรียกอยู่หลายหน ในที่สุดโม่อวิ๋นเฟิงก็ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นโม่อวิ๋นเฟิงจ าคนตรงหน้าได้ทันที่“น้องเก้า?”โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ใช่แล้วพี่สาม เป็นข้าเอง”