กัดฟันแน่น ในที่สุดก็เปิดเผยเหตุผลที่สกุลโม่ไม่มีทายาท“เป็นเพราะเสด็จแม่ของข้า เสด็จแม่บอกว่า สักวันคนสกุลโม่จะกลายเป็นพรรคพวกของหนานฉี เพื่อไม่ให้สกุลโม่เติบโตขึ้นอีก จึงจ าเป็นต้องตัดการสืบทอดทายาทของสกุลโม่”เมื่อได้ยินดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว เขาเดินผ่านเฮ่อจือหร่านมาอยู่ตรงหน้าหนานเหิง แล้วใช้มือใหญ่บีบคออีกฝ่ายอย่างรุนแรง“นางท าอะไรกับสกุลโม่กันแน่?”หนานเหิงกลัวว่าโม่จิ่วเยี่ยจะเอาชีวิตตนเอง จึงพยายามอธิบายว่า “เสด็จแม่ของข้า… เสด็จแม่ติดสินบนคนแซ่หลิวในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าโม่ ทุกครั้งที่มีสะใภ้คนใหม่เข้ามา นางจะลงมือวางยาใน
ชาเป็นอันดับแรก ท าให้สะใภ้ของสกุลโม่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ตลอดชีวิต…”เมื่อค าพูดของหนานเหิงจบลง ก็ได้ยินเสียงดังกร๊อบในพื้นที่มิติอันเงียบสงัดโม่จิ่วเยี่ยออกแรงบิดคอของหนานเหิงจนหักทันที่ดวงตาของหนานเหิงเบิกกว้าง สิ้นลมหายใจในทันใด…เฮ่อจือหร่านมองนาฬิกาแขวนในห้องพยาบาลอีกครั้ง ตอนนี้เป็นยามอิ๋นแล้วเวลาไม่อ านวยให้พวกเขาถกเถียงเรื่องสตรีสกุลโม่ถูกวางยาได้มากนัก สิ่งส าคัญในตอนนี้คือต้องจัดการกับศพสองร่างให้เสร็จก่อนฟ้าสางอีกอย่าง โม่อวิ๋นเฟิงก็คงจะตื่นขึ้นในไม่ช้า พวกเขาต้องรีบพาอีกฝ่ายออกจากพื้นที่มิติโดยเร็วเห็นโม่จิ่วเยี่ยยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยความโกรธแค้น เฮ่อจือหร่านจึงเอ่ยเตือนว่า “ดึกมากแล้ว พวกเราออกไปกัน