เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยต่างหันหน้าหนีพร้อมกัน ไม่อยากมองหน้าตรง ๆ เลยเฮ่อจือหร่านอดพูดไม่ได้ว่า “น่าขยะแขยงนัก น่าขยะแขยงจริงๆ”ดูเหมือนว่าหลังจากจัดการสองคนนี้แล้ว นางคงต้องท าความสะอาดพื้นที่มิติอย่างดีเสียหน่อย…โม่จิ่วเยี่ยหัวเราะเยาะ แล้วเย้ยหยันว่า “องค์ชายของแผ่นดินกลับขี้ขลาดขนาดนี้ ช่างน่าอับอายจริง ๆ”หนานเหิงเองก็ไม่อยากท าเรื่องน่าอับอายแบบนี้หรอก แต่จะท าอย่างไรได้ เมื่อครู่นี้เขาตกใจจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยยามนี้ยังถูกทั้งสองคนเยาะเย้ยแบบนี้ เขาก็อยากจะหาหลุมแล้วซ่อนตัวทันที่ ไม่อยากออกไปเจอใครอีกเลยตลอดชีวิตในตอนนั้นอวิ๋นหลี่พลันตะโกนสุดเสียงว่า“โม่จิ่วเยี่ย! หากข้าตาย ข้าก็จะลากโม่อวิ๋นเฟิงตายไปด้วย แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ!”หนานเหิงเข้าใจความหมายในค าพูดของอวิ๋นหลี่ทันที่จากความทรงจ าของเขา ความสัมพันธ์ของพี่น้องสกุลโม่นั้นแน่นแฟ้นไม่มีอะไรมาท าลายได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูท่าทีของโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้แล้ว เหมือนเขาจะไม่สนใจชีวิตของโม่อวิ๋นเฟิงเลยพอนึกถึงเรื่องนี้ ความหวาดกลัวในใจของหนานเหิงก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นคนที่ไม่สนใจกระทั่งชีวิตของพี่น้อง เห็นได้ชัดว่าเขาโหดเหี้ยมเพียงใดไม่ว่าวันนี้ตนจะอ้อนวอนอย่างไร โม่จิ่วเยี่ยก็คงไม่ปล่อยเขาไปแน่ทว่าหนานเหิงมาถึงจุดนี้แล้ว เขายอมหลอกตัวเองดีกว่ายอมรับความจริง!“โม่…โม่จิ่วเยี่ย ถ้าเจ้ายอมปล่อยข้าไ