งอีก ก็เกรงว่าโอกาสส าเร็จคงไม่สูงนักแต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเสียเวลาต่อไปได้แล้วดังนั้นเฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจลองใช้การสะกดจิตกับหนานเหิงดูขณะที่นางก าลังจะลงมือ ก็เห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยบีบบังคับให้หนานเหิงยอมเปิดปากพูดแล้ว“ข้าจะบอกทุกอย่างที่รู้ให้เจ้าฟัง ขอแค่เจ้าปล่อยข้าไป” เขาถูกโม่จิ่วเยี่ยท าให้กลัวจนแทบเสียสติโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ให้สัญญาใด ๆ เพียงแค่โบกมีดไปมาตรงหน้าหนานเหิง“พูดมา!”เฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้นจึงคิดได้อย่างฉับพลัน รีบซื้อเครื่องบันทึกเสียงจากเถาเป่าก่อนหน้าที่หนานเหิงจะเปิดปาก นางเปิดเครื่องบันทึกเสียงและตั้งค่าให้บันทึก จากนั้นก็ยืนอยู่ข้าง ๆ โม่จิ่วเยี่ยไม่ว่าเครื่องบันทึกเสียงนี้จะได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตหรือไม่ แต่การเตรียมพร้อมย่อมดีกว่าไม่เตรียมตัว
หนานเหิงจ้องมองคนทั้งสองอย่างหวาดกลัว แล้วเอ่ยว่า“หลักฐานการกบฏของสกุลโม่ บางส่วนเป็นของปลอมที่ข้าขอร้องให้ราชครูจากหนานเจียงสร้างขึ้น และยังมี…ยังมี…”เห็นหนานเหิงพูดจาติดขัด โม่จิ่วเยี่ยจึงเร่งด้วยน ้าเสียงดุดัน “ยังมีอะไรอีก!?”“ยังมี…ยังมีเรื่องการตายของโม่ซิวเหยียน…”เมื่อได้ยินชื่อของโม่ซิวเหยียน ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยก็ฉายแววอาฆาตแค้นอีกครั้งเขาคว้าคอเสื้อของหนานเหิงแล้วซักถามอย่างเดือดดาล “เจ้าเป็นคนท าให้พี่สี่ของข้าต้องตายใช่หรือไม่!”ครั้นนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต พี่ใหญ่ พี่รอง และพี่สามต่างเสียชีว