ยินหรือไม่? ถ้าไม่อยากตายอย่างอนาถก็บอกมาตามตรงว่าเจ้าคิดจะท าอะไรกับคนสกุลโม่บ้าง!”เมื่อเผชิญกับค าถามของโม่จิ่วเยี่ย หนานเหิงหลบเลี่ยงสายตาเขามองไปทางเฮ่อจือหร่านก่อน แล้วมองไปยังศพที่ถูกทิ้งไว้ไกลออกไป สุดท้ายก็นึกถึงสิ่งที่ตัวเองเคยท ากับสกุลโม่ตอนนี้หนานเหิงมีเหงื่อผุดจนเต็มหน้าผากแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยเตือนด้วยน ้าเสียงเย็นชาอีกครั้ง “คิดดีแล้วหรือยังว่าเจ้าจะพูดอะไร?”หนานเหิงรู้สึกว่าจิตใจตัวเองก าลังจะแตกสลายเขาตะโกนด้วยความเจ็บปวด “ไม่…โม่จิ่วเยี่ย ข้าเป็นองค์ชายแห่งราชวงศ์ต้าซุ่น เจ้าไม่สามารถท าแบบนี้กับข้าได้…”โม่จิ่วเยี่ยหมดความอดทนกับหนานเหิงไปนานแล้วเขาจับมีดทหารในมือแน่น ปลายแหลมชี้ลง แล้วแทงลงบนเท้าของหนานเหิง“เจ้าจะพูดหรือไม่พูด!?”หนานเหิงเจ็บปวดจนร้องครวญครางเหมือนหมูที่ถูกเชือดในทันที่“อ๊ากกก…โม่จิ่วเยี่ย เจ้าไม่อาจท ากับข้าแบบนี้…”เฮ่อจือหร่านมองนาฬิกาแขวนในห้องพยาบาล นางกับโม่จิ่วเยี่ยเข้ามาในพื้นที่มิติได้สองชั่วยามกว่าแล้วถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ข้างนอกก็จะคงสว่างแล้วแต่เดิมพอเห็นท่าทางขี้ขลาดของหนานเหิง นางไม่ได้ตั้งใจจะใช้วิธีสะกดจิตเพื่อสอบถามข้อมูลจากเขาเพราะความสามารถในการสะกดจิตที่นางมีนั้นเป็นเพียงความรู้ผิวเผิน จึงไม่กล้ารับประกันว่ามันจะส าเร็จทุกครั้งที่ใช้งาน
ยิ่งไปกว่านั้น นางเพิ่งใช้การสะกดจิตกับอวิ๋นหลี่ไป จึงสูญเสียแรงกายไปมาก หากจะใช้กับหนานเหิ