ไม่สามารถขยับตัวได้เลยเขามองไปรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัวตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าชุดหยาบที่เขามักสวมใส่ตอนถูกเนรเทศหนานเหิงจ าเขาได้ทันที่“โม่จิ่วเยี่ย! เจ้าคิดจะก่อกบฏหรือ? กล้าดียังมาลักพาตัวข้า”โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ข้าไม่ได้ถูกพวกเจ้าพ่อลูกตัดสินว่าสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูเพื่อก่อกบฏตั้งแต่แรกแล้วหรอกหรือ?”ได้ยินดังนั้นหนานเหิงก็รู้สึกตกใจ
ค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยชัดเจนมาก เขาไม่ได้สนใจเรื่องก่อกบฏอีกต่อไป หากเป็นเช่นนั้นจริงตัวเขาจะมีอะไรมาข่มขู่อีกฝ่ายได้?“โม่จิ่วเยี่ย เจ้า… เจ้าช่างกล้า… รีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะยกโทษให้เจ้า!”โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงกับเขา จึงก้าวเข้าไปสองสามก้าวแล้วหิ้วตัวหนานเหิงขึ้นมาราวกับหิ้วลูกไก่ ก่อนจะโยนเขาลงไปไม่ห่างจากอวิ๋นหลี่เฮ่อจือหร่านฉวยโอกาสก้าวเข้าไปเตะหนานเหิงอย่างแรงหลายที่“เจ้าดูให้ดี ถ้าไม่อยากมีจุดจบเหมือนนาง ก็บอกเรื่องสกปรกทั้งหมดที่เจ้าท ากับสกุลโม่มาซะ”ตอนนั้นเอง ร่างของอวิ๋นหลี่ก็กลิ้งมาอยู่ตรงหน้าเขาพอดีด้วยระยะประชิดขนาดนี้ หนานเหิงจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าบนใบหน้าของอวิ๋นหลี่มีหนองเลือดน่าขยะแขยงไหลออกมาไม่หยุดแม้กระทั่งบริเวณที่เน่าเปื่อยอย่างรุนแรง ก็เผยให้เห็นกระดูกสีขาวโพลนแล้วหนานเหิงตกใจจนหน้าซีดเผือด ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกถึงของเหลวอุ่นที่ไหล่จากโคนขาไล่ลงมา…