สกุลโม่ได้ส าเร็จ ก็พิสูจน์ได้ว่าวิชาหนอนพิษกู่ของข้าเข้าขั้นแล้ว”
เฮ่อจือหร่าน “นอกจากควบคุมโม่อวิ๋นเฟิงแล้ว เจ้ายังควบคุมใครอีก?”อวิ๋นหลี่ตอบ “มีแค่โม่อวิ๋นเฟิงคนเดียว”เฮ่อจือหร่าน “ท าไมถึงมีแค่คนเดียวเล่า?”อวิ๋นหลี่ “ข้ายังไม่สามารถควบคุมจิตใจของโม่อวิ๋นเฟิงได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นกู่แม่จึงไม่สามารถผลิตกู่ลูกเพื่อไปควบคุมคนอื่นได้”เฮ่อจือหร่าน “เจ้ารู้จักโม่ชูหานหรือไม่?”อวิ๋นหลี่ “แน่นอนว่ารู้จัก โม่ชูหานเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในสกุลโม่ น่าเสียดายที่เขาตายไปแล้ว”เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยสบตากัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าในตอนนี้อวิ๋นหลี่ไม่มีทางพูดโกหกดังนั้นจึงสามารถยืนยันได้ว่าอวิ๋นหลี่ไม่รู้เรื่องที่โม่ชูหานยังมีชีวิตอยู่นี่ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาอีกอย่าง อวิ๋นหลี่อาจไม่รู้ว่าใครเป็นคนวางยาพิษหนอนกู่ให้โม่ชูหานหลังจากทั้งสองคนสบตากัน เฮ่อจือหร่านก็แกว่งนาฬิกาพกในมือแล้วถามต่อ“มีบุรุษสกุลโม่กี่คนที่ตายด้วยน ้ามือเจ้า?”
เมื่อได้ยินค าถามนี้ ดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยก็แดงก ่า จ้องมองอวิ๋นหลี่อย่างดุดันอวิ๋นหลี่ “ไม่มีใครในสกุลโม่ที่ตายด้วยน ้ามือข้า”เฮ่อจือหร่านหันไปมองโม่จิ่วเยี่ยโดยไม่รู้ตัว“เป็นไปไม่ได้” โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยคัดค้านเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มอารมณ์รุนแรงเกินไปจนส่งผลต่ออวิ๋นหลี่เฮ่อจือหร่านรีบท าสัญญาณมือให้เขาเงียบโม่จิ่วเยี่ยรีบปิดปากทันที่เฮ่อจือหร่านรู้ว่าการสะกดจิตของตนยังไม่แก