าของคนใหม่มารับช่วงต่อกิจการของตระกูลถัง ก็ค่อย ๆ ผูกขาดกิจการร้านอาหารและโรงเตี๊ยมของที่นี่ทั้งหมด ราคาก็พุ่งขึ้นไม่หยุด จนกลายเป็นสถานการณ์ที่คนทั่วไปไม่มีปัญญาจะพักโรงเตี๊ยมแบบนี้”
ส าหรับเรื่องที่เจ้าหน้าที่เล่า เฮ่อจือหร่านก็แค่ฟังเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องของคนอื่นทว่าตอนที่ทุกคนกินอาหารเย็นเสร็จและก าลังจะพักผ่อน กลับมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมาจากป่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนแรกที่ตื่นตัวแม้ร่างกายของโม่ชูหานจะยังอ่อนแอ แต่เขาก็ไม่ได้ประมาทสองพี่น้องหันหน้าไปยังที่มาของเสียงและตั้งท่าเตรียมพร้อมเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ก็ซ่อนตัวอยู่ในที่มืด พร้อมลงมือทันทีที่ได้รับค าสั่งจากนายทั้งสองเฮ่อจือหร่านรีบเดินเข้ามาใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็ว แล้วตั้งใจฟังเสียงการเคลื่อนไหวจากที่ไกล ๆไม่นานนัก เสียงร้องขอความช่วยเหลือก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆพร้อมกับเสียงฝีเท้าอันสับสนวุ่นวายด้วยการอาศัยแสงจันทร์ จึงสามารถมองเห็นเงาด าหลายเงาก าลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหน้าคนที่วิ่งน าหน้าเหมือนจะหมดแรงไปบ้างแล้ว ร่างกายจึงโซเซไปมาเงาคนที่วิ่งตามมาด้านหลังถือดาบใหญ่ไว้ในมือ พร้อมกับตะโกนว่า
“ถ้าเจ้ายังอยากมีชีวิตรอด ก็ส่งมอบบันทึกลับทางการค้าของตระกูลถังมาซะดี ๆ ไม่อย่างนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า! ถังหมิงรุ่ย!”“ไอ้พวกสุนัขกลุ่มเหยียนปาง ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่มีวันมอบบันทึกลับให้พวกเจ้าหรอก!”เมื่อไ