นว่าฝั่งตรงข้ามซ่อนตัวอยู่ในที่ลับตา ชายชุดด าหลายคนก าลังยิงธนูใส่โม่จิ่วเยี่ยเมื่อเห็นว่าพวกนั้นยังคงมุ่งเป้าไปที่โม่จิ่วเยี่ยตลอดเวลา เฮ่อจือหร่านจึงรีบปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่ หยิบเกาทัณฑ์แขนเสื้อออกมา แล้วเล็งไปทางคนพวกนั้นแล้วยิงออกไปในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่และนักโทษคนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติ
พี่สะใภ้ทั้งหลายจับปืนไว้อย่างระแวดระวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะน้องเก้าและภรรยาของเขาบอกว่า อย่าให้ใครพบเห็นสิ่งนี้จนกว่าจะถึงคราวจ าเป็นจริง ๆ พวกนางคงยิงอาวุธลับนี้ไปทางที่ลูกธนูพุ่งมาไปนานแล้ว…ทางด้านเผิงวั่งก็ตะโกนบอกว่ามีมือสังหารและให้ทุกคนระวังตัวเมื่อเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เผิงวั่งพลันนึกถึงลูกน้องสองคนที่เสียชีวิตบนภูเขาเขาวัวเมื่อไม่นานมานี้เป็นอันดับแรกเจ้าหน้าที่สองนายนั้นเสียชีวิตไปแล้ว พวกเขาไม่สามารถปล่อยให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นอีกได้บุรุษจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย ต่างหยิบของที่พอจะใช้เป็นอาวุธได้ คิดจะเข้ามาช่วยเหลือแต่น่าเสียดายที่การโจมตีของคนเหล่านั้นมุ่งเป้าไปยังโม่จิ่วเยี่ยเพียงคนเดียว และฝ่ายตรงข้ามก็อยู่ห่างออกไป ‘อาวุธ’ อย่างไม้พายและก้อนอิฐในมือของพวกเขาจึงไม่มีประโยชน์อะไรเหลียงห่าวสังเกตเห็นความผิดปกติเช่นกัน จึงพาสวีชิงเฟิงและหลี่หมิงรุ่ยมาปกป้องโม่จิ่วเยี่ยเฮ่อจือหร่านใช้เกาทัณฑ์แขนเสื้ออยู่บนต้นไม้ ยิงชายชุดด าตายไปสามคนแล้ว
อย่างไรก็ตาม จ านวนของชายชุดด ากลับ