ญหาให้เขาจริง ๆ !’เมื่อเห็นใบหน้าอันด ามืดของเผิงวั่ง คนตระกูลเหอก็ไม่กล้าพูดอะไรเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเหอจื่อหยวนอีก ได้แต่มองดูเจ้าหน้าที่ยกศพออกไปอย่างช่วยอะไรไม่ได้เหอจื่อหยวนตายแล้ว โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พวกเขาพบเจอกับเฟ่ยมามาจะถูกเปิดโปงอีกต่อไปตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องระวังมีเพียงการลอบสังหารจากหนานรุ่ยเท่านั้นอย่างไรก็ตาม ขบวนนักโทษเดินทางอย่างราบรื่นมาสิบวันแล้วหนานรุ่ยกลับยังไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลยแม้จะเป็นเช่นนั้น โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านก็ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเวลาล่วงเข้าสู่เดือนเก้าแล้ว อุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนเริ่มแตกต่างกันมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามดึก แม้จะอยู่ในกระโจมและห่มผ้าก็ยังไม่รู้สึกอุ่นสบายเท่าไหร่นัก
ตอนเช้าตรู่ เฮ่อจือหร่านก าลังพับผ้าห่มอยู่ในกระโจม จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเงาร่างของโม่จิ่วเยี่ยที่หน้ากระโจมพลันเคลื่อนไหวแล้วหายไปอย่างรวดเร็วเฮ่อจือหร่านไม่สนใจงานในมืออีก นางรีบวิ่งตามเขาออกไปทันที่เห็นเพียงโม่จิ่วเยี่ยคว้าไม้พายขึ้นมา และปัดป้องลูกธนูหลายดอกที่ยิงมาทางนี้ไม่ต้องสงสัยอีก เฮ่อจือหร่านรีบหยิบมีดออกมาจากพื้นที่มิติทันที่ แล้วโยนไปทางโม่จิ่วเยี่ย“รับไว้!”โม่จิ่วเยี่ยรับมีดได้อย่างแม่นย า แล้วใช้มันสกัดลูกธนูต่อไปเฮ่อจือหร่านรีบหลบไปอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ แล้วมองไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมานางเห็