เผิงวั่งรีบเร่งเดินทาง เมื่อเห็นพวกนางกลับมาก็จัดการให้ออกเดินทางต่อหลังออกจากประตูเมือง โม่จิ่วเยี่ยก็เห็นร่างสูงใหญ่ห้าคนยืนอยู่ริมทางแต่ไกลเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ เปลี่ยนเป็นชุดคนทั่วไปแล้ว เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยก็พยักหน้าให้เขาเล็กน้อยจากนั้นก็แสร้งท าเป็นคนเดินทาง ติดตามขบวนเนรเทศไปห่าง ๆขบวนเดินทางไปตามถนนเส้นหลัก กระทั่งผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งจู่ ๆ ก็มีคนวิ่งออกมาจากริมทางพลางโซเซมาทางขบวนนักโทษคนที่มาเป็นหญิงชราคนหนึ่ง อุ้มห่อผ้าไว้ในอ้อมแขน เมื่อเห็นคนก็ร้องตะโกนว่า “ช่วยด้วย…มีคนปล้น”เผิงวั่งเห็นเหตุการณ์นี้เข้าจึงโบกมือให้หยุดขบวน แล้วหันไปมองหญิงชราหญิงชราผมขาวโพลน เสื้อผ้าไหมที่สวมใส่อยู่ไม่เห็นสีเดิมแล้วในดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวขณะเดียวกัน ก็มีชายฉกรรจ์หลายคนไล่ตามมาด้านหลังนางครั้นเห็นว่าคนที่ไล่ตามนางเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ หญิงชราก็กลัวจนรีบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของเผิงวั่ง
“ข้ามีเงินให้ท่าน ขอร้อง ช่วยข้าด้วย”เดิมทีเผิงวั่งไม่คิดจะยุ่งเรื่องของคนอื่ย แต่พอได้ยินว่าช่วยคนแล้วจะได้เงิน เขาก็เริ่มสนใจขึ้นมาดังนั้น เมื่อชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นเกือบจะเข้าถึงตัวหญิงชรา เขาก็พาคนของตนมายืนขวางไว้ด้านหน้า“กลางวันแสก ๆ แบบนี้ พวกเจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรืออย่างไร? ถึงกล้าดีมาปล้นชิงคนแบบนี้”พวกชายฉกรรจ์มีหน้าตาเหมือนโจรขโมย มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดีอะไรแน่ถ้าเป็นคนเดิ