นทางธรรมดา พวกเขาแค่ขู่ไปเล็กน้อยก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่งแต่คนตรงหน้าไม่เหมือนกัน พวกเขาสวมชุดเจ้าหน้าที่ทางการท าให้พวกชายฉกรรจ์รู้สึกต่อต้านทันที่แต่นึกถึงห่อผ้าที่หญิงชราอุ้มไว้ในอ้อมแขน การจากไปแบบนี้ก็รู้สึกน่าเสียดายอยู่บ้างชายฉกรรจ์ผู้เป็นหัวหน้ายิ้มกว้าง เผยให้เห็นฟันสีเหลืองทั้งปาก“ท่านเจ้าหน้าที่ หญิงชราคนนั้นเป็นบ่าวรับใช้ในบ้านข้า นางขโมยของและพยายามจะหลบหนี พวกเราแค่ต้องการเอาของของเรากลับคืนมา”
ทันทีที่เขาพูดจบ หญิงชราก็โต้แย้งว่า “ท่านเจ้าหน้าที่ อย่าฟังเขาพูดจาเหลวไหล ข้าไม่รู้จักเขาเลย จะเป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะขโมยของของพวกเขา อีกอย่าง ท่านดูเขาสิ ไม่เหมือนคนมีเงินเลยสักนิด แล้วจะมีปัญญาจ้างบ่าวรับใช้ได้อย่างไร”ขณะที่หญิงชราก าลังพูดอยู่นั้น เฮ่อจือหร่านผู้ชื่นชอบเรื่องซุบซิบนินทาก็ลากโม่จิ่วเยี่ยให้มาดูเรื่องวุ่นวายใครจะรู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยกลับจ าหญิงชราคนนั้นได้ในทันทีที่เห็นเนื่องจากที่นี่มีคนมากมายและก าลังพูดจาวุ่นวายกันอยู่ เขาจึงไม่ได้เอ่ยเรียกนางทว่าพบเจอคนคุ้นเคยเช่นนี้ เขาย่อมไม่อาจนิ่งดูดายต่อได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคนผู้นี้มีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษดังนั้น ก่อนที่เผิงวั่งจะพูดขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็เดินมาอยู่ตรงหน้าชายฉกรรจ์ทั้งหลาย“ข้าขอแนะน าพวกเจ้า จงเลิกล้มความคิดพวกนั้นเสีย กลับไปยังที่ของพวกเจ้าเถอะ เพื่อจะได้ไม่เจ็บตัว”หลังได้ยินเสียงคุ้นหูนี้ หญิงชรา