ก็กระชับห่อของในอ้อมแขนแน่นขึ้น นางตั้งใจจะฉวยโอกาสนี้รีบหลบหนีไป
เฮ่อจือหร่านสังเกตเห็นความผิดปกติของโม่จิ่วเยี่ย ตามปกติแล้วเขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ตอนนี้กลับอาสาช่วยเหลือหญิงชราคนหนึ่ง ย่อมจะต้องมีเรื่องซ่อนเร้นแน่นอนดังนั้น หลังโม่จิ่วเยี่ยเดินออกไป นางก็คอยจับตาดูหญิงชราอยู่ตลอดเฮ่อจือหร่านเห็นว่าหญิงชราหันหลังจะหนี ก็ก้าวเข้าไปดึงตัวอีกฝ่ายเอาไว้ พลางกระซิบเบา ๆ ว่า“ท่านยังไปไม่ได้”เฟ่ยมามา*[1]จ าเสียงคนที่ช่วยเหลือตนเมื่อครู่ได้ว่าเป็นโม่จิ่วเยี่ยนางรู้สึกหวั่นใจขึ้นมาทันที่ จึงคิดจะฉวยโอกาสนี้หนีไปแต่ใครจะรู้ว่านางกลับถูกหญิงสาวที่ไม่รู้จักคนหนึ่งขวางเอาไว้ในสถานการณ์แบบนี้ นางไม่มีทางหลบหนีไปได้อีกแล้วเฟ่ยมามาจึงจ าต้องยืนอยู่ที่เดิมสายตาของเฮ่อจือหร่านยังคงจับจ้องนาง เพื่อป้องกันไม่ให้คนหนีโม่จิ่วเยี่ยพูดจบแล้ว เผิงวั่งและเจ้าหน้าที่อีกไม่กี่คนก็แสดงแส้ในมืออย่างพร้อมเพรียงกันพวกชายฉกรรจ์เห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็รู้ว่าอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไร้ประโยชน์ จึงหันหลังวิ่งออกไป
โม่จิ่วเยี่ยเห็นคนวิ่งหนีไปแล้ว จึงพูดกับเผิงวั่งว่า “พี่เผิง หญิงชราท่านนี้เป็นคนคุ้นเคยของข้า ข้าอยากคุยกับนางตามล าพังสักหน่อย”เผิงวั่งไม่ได้สงสัยอะไรมาก ดูจากท่าทีที่โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งมาเข้ายุ่งเรื่องของคนอื่นเมื่อครู่ เขาก็พอจะเดาได้“ได้ เจ้าไปคุยเถอะ”โม่จิ่วเยี่ยกล่าวขอบคุณเผิงวั่ง แล้วพาเฮ่อจือห