ร่านเดินประกบเฟ่ยมามาไปยังอีกด้านหนึ่งของขบวนเฟ่ยมามาหลบตาไม่กล้าสบมองโม่จิ่วเยี่ยตรง ๆจนกระทั่งพวกเขาเดินห่างจากขบวนเนรเทศไปพอสมควร โม่จิ่วเยี่ยจึงถามว่า “ท าไมเฟ่ยมามาถึงมาอยู่ที่นี่?”เฟ่ยมามาพยายามควบคุมอารมณ์ แล้วก้มหน้าพูดว่า “คุณชายท่านนี้คงจ าคนผิดแล้ว ข้าไม่ใช่เฟ่ยมามาอะไรหรอก”เฟ่ยมามาคนนี้โม่จิ่วเยี่ยเจอบ่อยตอนยังเด็ก แล้วเขาจะจ าผิดได้อย่างไร?“คุณเฟ่ยมามามีเรื่องอะไรที่พูดไม่ได้หรือ?”คุณเฟ่ยมามายังคงดื้อดึง “ยายแก่คนนี้ขอบคุณคุณชายที่ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่ท่านคงจ าคนผิดแล้ว”
นางพูดพลางเปิดห่อผ้าในอ้อมแขน จากนั้นหยิบเครื่องประดับของสตรีออกมาสองสามชิ้นก่อนยื่นให้“ข้าซาบซึ้งในบุญคุณที่ช่วยชีวิตไว้ ขอมอบสิ่งเหล่านี้เป็นของขอบคุณ ข้ายังมีธุระ ไม่รบกวนคุณชายแล้ว”พูดจบ เฟ่ยมามาก็หมุนตัวเตรียมจะจากไปเฮ่อจือหร่านก้าวออกมาขวางทางนางไว้ก่อนเฟ่ยมามารู้ดีว่าวันนี้คงไม่อาจหลบเลี่ยงไปได้ จึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย โดยไม่เสแสร้งอีกต่อไป“ท่านแม่ทัพ ข้าหนีออกมาจากวังหลวง ให้ท่านได้เห็นสภาพตกอับเช่นนี้ ช่างน่าละอายยิ่งนัก”โม่จิ่วเยี่ยมีความรู้สึกที่ดีต่อคนในต าหนักของหยวนกุ้ยเฟ่ยเสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวใช้ส่วนตัวสองคนที่ติดตามหยวนกุ้ยเฟ่ยซึ่งปฏิบัติต่อเขาไม่ต่างจากหนานฉีสิ่งที่เขาก าลังคิดอยู่ตอนนี้คือ เฟ่ยมามาบอกว่าตัวเองหนีออกมาจากวังหลวง นั่นหมายความว่ามีเกิดเรื่องขึ้นที่ต าหนั