ว่าหลังจากที่องค์จักรพรรดิทรงปลดข้าออกจากต าแหน่ง ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งข่าวการตายของเหม่ยอวี้แพร่ออกมา ข้าก็ไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึงต าแหน่งพ่อตาขององค์จักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว ท่านอ๋องรุ่ยก็ไม่กังวลว่าข้าจะปริปากบอกเรื่องของเขา เพราะเท่ากับว่าข้ายอมรับเรื่องริบเสบียงของกองทัพชายแดน”กล่าวจบเหอจื่อหยวนก็ค านับให้โม่จิ่วเยี่ยอย่างนอบน้อม“คุณชายโม่ ตอนนี้พวกเราต่างเผชิญกับชะตากรรมที่ต้องถูกเนรเทศ ข้าเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ท่านฟัง เพราะหวังว่าท่านจะลืมเรื่องบาดหมางในอดีต และช่วยดูแลคนตระกูลเหอของข้าด้วย”
“การที่ข้าก้าวมาถึงจุดนี้ได้ แน่นอนว่าต้องมีท่านอ๋องรุ่ยอยู่เบื้องหลัง หลังผ่านการเนรเทศมาช่วงหนึ่ง ข้าก็ทบทวนอะไรได้มากมายแล้ว และจะไม่คิดถึงสิ่งที่ไม่ควรคิดอีก”โม่จิ่วเยี่ยยืนกอดอก ในสายตายังคงเย็นชา“เดิมทีท่านกับข้าก็ไม่ใช่สหายร่วมทาง ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ท่านท าเมื่อปีก่อนก็เกือบคร่าชีวิตทหารชายแดนไป ข้าไม่มีวันให้อภัยท่านเด็ดขาด”“แต่เห็นแก่ที่วันนี้ท่านบอกเรื่องนี้กับข้า ตราบใดที่ท่านท าตัวอยู่ในกฎ ไม่มาหาเรื่องข้า ข้ารับรองว่าจะไม่ลงมือกับท่านก่อน”ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยเคยคิดว่า เมื่อไปถึงซีเป่ยแล้วจะหาโอกาสปลิดชีพเหอจื่อหยวนเพื่อล้างแค้นที่เขาเคยกักตุนเสบียงอาหารของทหารชายแดนถ้าไม่ใช่เพราะเหล่าทหารชายแดนไม่ได้เสียชีวิตจากการกระท าของเขา โม่จิ่วเยี่ยคงลงมือปลิดชีพเขาไปนาน