แล้วการที่วันนี้เขากล้าให้ค ามั่นสัญญากับเหอจื่อหยวนเช่นนี้ นับว่าเป็นการอภัยให้มากที่สุดแล้วเมื่อเหอจื่อหยวนได้ยินดังนั้น เขาก็จ้องมองโม่จิ่วเยี่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อทันที่เขาไม่เคยคิดเลยว่าโม่จิ่วเยี่ยจะคิดฆ่าเขา
อีกฝ่ายคงก าลังกังวลว่ายังมีพวกเจ้าหน้าที่อยู่ จึงยังไม่ลงมือใช่หรือไม่เมื่อคิดได้ดังนั้น เหอจื่อหยวนก็รู้สึกเย็นยะเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง เหงื่อเย็นผุดพรายขึ้นบนหน้าผากโดยไม่รู้ตัวเขาเป็นฝ่ายบอกเรื่องพวกนี้กับโม่จิ่วเยี่ยไป ก็ไม่ใช่เพื่อต้องการขอรับการยกโทษให้ แต่เพราะอยากให้ทุกคนในครอบครัวได้มีชีวิตที่ดีขึ้นบ้างแม้ว่าจะเป็นแค่ผลไม้สักลูกสองลูก ขอให้พวกเขาได้กินประทังหิวก็ยังดีใครจะรู้ว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามแผน ท าให้เขารู้สึกเหมือนตกกระไดพลอยโจนหลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหอจื่อหยวนจึงพูดขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆว่า “คุณชายโม่ ข้าบอกเรื่องพวกนี้กับท่านด้วยความจริงใจ ท่านอย่าพลิกลิ้นกลับค าสิ!”โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยเยาะเย้ยเบา ๆ“ท่านเป็นคนเสนอตัวมาบอกเอง ข้าไม่ได้เอ่ยถามสักค า”ค าพูดนี้เกือบท าให้เหอจื่อหยวนโมโหจนเป็นลม เขาเองก็ไม่ใช่คนไร้อารมณ์เสียทีเดียว
“คนในราชส านักต่างก็บอกว่าท่านเป็นสุภาพบุรุษ แต่ข้ากลับเห็นว่าท่านเป็นคนใจแคบ!”โม่จิ่วเยี่ยไม่โกรธแม้แต่น้อย กลับยังยกยิ้มมุมปาก“จะเป็นสุภาพบุรุษหรือจะเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ก็ขึ้นอยู่กับว่าก าลังเผชิญหน้ากับใคร ถ้าต้องรับม