ยกร้องอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่พักอีก ไม่ว่าพวกเขาจะนอนที่ไหนสุดท้ายก็ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่มิติอยู่ดีโม่จิ่วเยี่ยเองก็เข้าใจเรื่องนี้ เขาจึงช่วยเฮ่อจือหร่านเกลี้ยกล่อมฮูหยินผู้เฒ่า
สุดท้ายฮูหยินผู้เฒ่าก็ทนค าคะยั้นคะยอของทั้งสองคนไม่ไหว จึงยอมพาโม่หานเยี่ยไปพักผ่อนในรถลากแต่โดยดีในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยรู้เรื่องการมีอยู่ของพื้นที่มิติ เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้คิดจะอาบน ้าช าระร่างกายข้างนอก รอให้กลับไปถึงพื้นที่มิติก่อนค่อยว่ากันเมื่อนางกลับมาถึงกระโจม ก็เห็นโม่จิ่วเยี่ยก าลังมีท่าทางครุ่นคิดเฮ่อจือหร่านอดคิดไม่ได้ว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเหอจื่อหยวนเป็นแน่เพราะคิดว่าอาจมีหูตาที่แอบแฝงอยู่ เฮ่อจือหร่านจึงตัดสินใจพาโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปยังพื้นที่มิติเพื่อความปลอดภัยทั้งสองนั่งประจันหน้ากันบนโต๊ะอาหารเฮ่อจือหร่านเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นหรือ”โม่จิ่วเยี่ยไม่ปิดบัง เล่าเรื่องที่เหอจื่อหยวนเพิ่งพูดให้นางฟัง“ตอนนี้ข้ายังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เหอจื่อหยวนพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่แต่พวกเราก็ประมาทไม่ได้”ได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็เริ่มค้นหาบันทึกเกี่ยวกับหนานรุ่ยในหนังสือประวัติศาสตร์
ทว่าในความทรงจ าของนาง หนานรุ่ยเป็นบุคคลที่ไม่ค่อยมีความส าคัญนัก หากโม่จิ่วเยี่ยไม่เอ่ยถึงในวันนี้ นางคงลืมเลือนเขาไปเสียแล้วเพื่อยืนยันความจริง เฮ่อจือหร่านจึงหยิบหนังสือประวัติศาสตร์ออกมาหลายเล่มต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ยชายหนุ่มเ