โม่จิ่วเยี่ยยิ่งฟังดวงตาก็ยิ่งเปล่งประกาย ในใจเขาคาดเดาได้ถึงจุดประสงค์ของเฮ่อจือหร่านแล้วดังนั้น เขาจึงรับค าพูดของนางมาเอ่ยต่อว่า“เมื่อเป็นเช่นนี้ หนานฉีก็จะยิ่งแค้นเคืองหนานเหิงมากขึ้น ด้วยนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นของหนานฉี เมื่อกลับถึงเมืองหลวงคงจะหาทางสร้างปัญหาให้หนานเหิงแน่นอน แบบนี้หนานเหิงก็จะยุ่งยากจนไม่มีเวลาสนใจอะไร และย่อมละเลยการไล่ล่าข้าไปชั่วคราว”เฮ่อจือหร่านยิ้มพลางพยักหน้า“นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น”โม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว “หรือว่าเจ้ายังมีจุดประสงค์อื่นอีก?”เฮ่อจือหร่านเต็มไปด้วยความมั่นใจ“ข้ายังอยากใช้โอกาสที่ช่วยเหลือเฟ่ยหนานอวี่ในครั้งนี้ ขอให้เขาหาทางเผยแพร่เรื่องที่ท่านแตกหักกับหนานฉีออกไปหลังจากกลับถึงเมืองหลวง ด้วยวิธีนี้ หนานเหิงถึงจะยอมล้มเลิกการไล่ล่าท่านอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ เมื่อคืนพวกเราก็ยังไม่ได้วางแผนจะแบ่งเงินของนายอ าเภอสุนัขนั้นให้กับชาวบ้านหรอกหรือ? ข้าตั้งใจจะขอให้เฟ่ยหนานอวี่ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วย เชื่อว่าด้วยความสามารถของเขา จะต้องท าได้แน่นอน”
หลังจากฟังค าพูดของนาง โม่จิ่วเยี่ยก็ยิ่งชื่นชมในความเฉลียวฉลาดของสตรีนางนี้น ้าเสียงของเขาแฝงความเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว“มันช่างล าบากส าหรับเจ้าจริง ๆ สมองเล็ก ๆ นี่บรรจุอะไรไว้มากมายขนาดนี้เชียว”เมื่อได้รับค าชม ความภาคภูมิใจของเฮ่อจือหร่านก็แทบจะชี้ขึ้นฟ้า“มันเรียกว่าโยนก้อนหินหนึ่งก้อนได้นกสองตัว ไม่เ