เมื่อทุกคนเห็นเผิงวั่งตกลง ต่างก็พากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกสตรีจากตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยต่างรีบเข้ามาปลอบประโลมหวังให้พวกนางจะสามารถมองโลกในแง่ดีได้บ้างสตรีสกุลโม่ไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยที่เพียงแค่ได้รับบุญคุณเล็กน้อยจากสกุลโม่ จะสามารถยืนหยัดคอยช่วยเหลือในยามที่พวกนางต้องการมากที่สุดได้ค าพูดที่ว่า “เพื่อนแท้รู้ได้ในยามยาก” นั้นไม่ใช่แค่ค าพูดลอย ๆเพราะตอนนี้มันเกิดขึ้นกับพวกนางแล้วในขณะที่รู้สึกอุ่นใจ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยิ่งกังวลถึงความปลอดภัยของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมากขึ้น………เฮ่อจือหร่านกังวลถึงสถานการณ์ของคนในบ้าน จึงยิ่งรีบออกจากที่นี่เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นหุบเขา จึงไม่สามารถระบุได้ว่าทางออกอยู่ทิศทางไหน ตอนนี้นางรู้สึกเสียใจอยู่บ้างที่ตอนสอบปากค าชายชุดด าเมื่อครู่ ลืมถามถึงต าแหน่งทางออกไป
ตอนนี้พวกชายชุดด าเหล่านั้นตายหมดแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงได้แต่เดินวนไปตามเชิงเขาในขณะที่นางก าลังฝ่าดงหนามอย่างยากล าบาก ทันใดนั้นก็มีร่างมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้าเป็นหมีด าสิ่งแรกที่นางคิดได้คือเมื่อเจอสิ่งนี้ ต้องห้ามเข้าไปต่อกรกับมันโดยเด็ดขาด ทางที่ดีที่สุดคือปีนขึ้นต้นไม้แล้วค่อยลงมือตอนที่นางพบต้นไม้ใหญ่ที่สูงพอและก าลังจะปีนขึ้นไปนั้น กลับพบว่าหมีด าไม่ได้มุ่งหน้ามาทางนางโจวเหล่าปาซึ่งอยู่ห่างออกไป มองเห็นเงาร่างของนางได้ตั้งแต่แรกเห็น“เฮ่อจือหร่าน! รีบหลบไปเ