เผิงวั่งพูดจนคนตระกูลฟางที่เหลือคลายกังวลลงได้ฟางฉวนโจวเดินเข้าไปหาเฮ่อจือหร่าน เพื่อขอร้องให้นางช่วยรักษากระดูกที่หักให้ฮูหยินฟางในขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ของตระกูลฟางต่างก็มาอยู่ตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ย พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงและโค้งค านับให้เป็นการขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตฮูหยินฟางไว้เฮ่อจือหร่านจัดกระดูกซึ่งปูดโปนออกมาของฮูหยินฟางให้กลับเข้าที่อย่างช านาญ จากนั้นจึงใช้ไม้เล็ก ๆ ที่เพิ่งหามาดามไว้ตระกูลฟางต่างขอบคุณเฮ่อจือหร่านอีกครั้งฟางฉวนโจวกล่าวว่า โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านได้ช่วยชีวิตฮูหยินฟาง ตระกูลฟางของเขาจะขอตอบแทนบุญคุณนี้ไปชั่วชีวิตหลังจากพักผ่อนไปพักหนึ่ง พวกเขาก็ออกเดินทางต่อ จนกระทั่งเวลามืดค ่ามาเยือนจึงได้หาที่พักในหุบเขาตอนนี้มีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ด้วย เฮ่อจือหร่านไม่จ าเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยนัก นางเพียงพักผ่อนไปตามสบายก็พอพวกพี่สะใภ้ต่างแย่งกันไปจัดเตรียมอาหารเย็น เฮ่อจือหร่านจึงได้พักผ่อน
บนภูเขามีลมแรง พวกเขารับประทานอาหารเย็นเสร็จก็พากันมุดกลับเข้าไปในกระโจมเฮ่อจือหร่านพักผ่อนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมเช่นนี้ กลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจจิตส านึกของนางเข้าสู่พื้นที่มิติ มองดูนาฬิกาแขวนบนผนังตอนนี้เป็นเวลาตีสามกว่า ๆยังมีเวลาอีกพักหนึ่งกว่าจะถึงรุ่งสาง เฮ่อจือหร่านจึงหลับตาลงตั้งใจจะนอนต่ออีกสักหน่อยขณะจิตส านึกของนางก าลังเลือนราง นางกลับรู้สึกว่าโม่จิ่วเยี่ยซึ่งอยู่ด้านข้