างลุกขึ้นนั่งตอนนั้นเอง นางก็รับรู้อย่างแผ่วเบาว่ามีเสียงบางอย่างดังอยู่ใกล้ๆเฮ่อจือหร่านจึงลุกขึ้นนั่งตามสัญชาตญาณ เมื่อสบตากับโม่จิ่วเยี่ย ทั้งสองก็สัมผัสกลิ่นอายอันตรายเกือบจะพร้อมกันทั้งสองคนรีบจัดแจงเสื้อผ้า แล้วออกจากกระโจมไปทันทีที่พวกเขาปรากฏตัวหน้ากระโจม ก็เห็นเจ้าหน้าที่สองคนที่ก าลังยืนเฝ้ายามอยู่ ถูกธนูยิงเข้าที่หน้าอกแล้วล้มลงกับพื้นในทันที่โม่จิ่วเยี่ยดึงเฮ่อจือหร่านมาไว้ข้างกาย แล้วรีบสั่ง “เป้าหมายของพวกมันคือข้า เจ้าอยู่ที่นี่อย่าไปไหน ข้าจะล่อพวกมันไปเอง”
สิ้นประโยค ร่างของเขาก็พุ่งทะยานไปในอากาศ เพียงไม่กี่ก้าวก็หายลับไปท่ามกลางป่าเบื้องหน้าคนชุดด าสิบกว่าคนปรากฏตัวขึ้น พวกเขาเร่งความเร็วจนสุดก าลังเพื่อไล่ตามโม่จิ่วเยี่ยไปติด ๆ พร้อมกับยิงธนูเข้าใส่เป็นระยะยามนั้นเผิงวั่งและเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากด้านนอก พวกเขาจึงเดินงัวเงียออกมาดูเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่สองนายนอนจมกองเลือดอยู่ เผิงวั่งจึงรีบน าก าลังคนเข้าไปตรวจสอบเฮ่อจือหร่านมองตามร่างของโม่จิ่วเยี่ยที่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ในใจพลันนึกถึงเพียงเรื่องเดียวนางต้องสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาเมื่อคิดได้ดังนั้น เฮ่อจือหร่านจึงรีบเคลื่อนไหว นางตะโกนเรียกเผิงวั่งเสียงดัง“พี่เผิงมีมือสังหารมาลอบโจมตี! ข้าต้องไปช่วยสามีข้า!”เผิงวั่งอยากจะห้ามนาง แต่ก็เห็นเพียงเงาร่างของเฮ่อจือหร่านวิ่งไกลออกไปแล้ว จึ