าหรับตระกูลฟางและตระกูลเซี่ย นี่นับเป็นบุญวาสนาอันยิ่งใหญ่ที่สวรรค์ประทานให้แล้วแม้เผิงวั่งจะไม่ขัดขวางการออกไปหาซื้อของของทั้งสองตระกูลแต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจให้พวกเขาออกไปเพียงล าพังเหมือนอย่างที่ท ากับเฮ่อจือหร่าน
ดังนั้น เพื่อความรอบคอบ เผิงวั่งจึงส่งเจ้าหน้าที่สองนายติดตามไปด้วยเมื่อเห็นว่าเฮ่อจือหร่านก าลังก้าวออกจากประตู โม่จิ่วเยี่ยจึงเอ่ยลาเผิงวั่ง ก่อนจะรีบตามนางไป“ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า”เมื่อเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยตั้งใจแน่วแน่ เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้ปฏิเสธเราสองคนเร่งฝีเท้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย พยายามรักษาระยะห่างจากคนของตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางที่อยู่ด้านหลัง เพื่อความสะดวกตัวในการด าเนินการตอนนี้นางมีโม่จิ่วเยี่ยอยู่ข้างกาย การจะหยิบของในพื้นที่มิติมาใช้จึงไม่สะดวกนักโชคดีที่เมืองอันหนิงนั้นมีข้าวของมากมาย ขอแค่มีเงินทองก็สามารถหาซื้อทุกอย่างได้ระหว่างที่เลือกซื้อของ ทั้งสองคนก็ได้ยินผู้คนในเมืองอันหนิงก าลังพูดคุยกันถึงเรื่องหนึ่งนั่นคือเรื่องน ้าท่วมที่อ าเภอตงเฟิงแต่หัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันมากที่สุด กลับไม่ใช่ความร้ายแรงของภัยพิบัติ แต่เป็นเรื่องที่นายอ าเภอเมิ่งไห่หนิงกล้าเผาศพของผู้ประสบภัย
ได้ยินมาว่าเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณขององค์จักรพรรดิ พระองค์จึงทรงมอบหมายให้ท่านอ๋องหนานฉีเดินทางมาเพื่อจัดการเรื่องนี้เมื่อใหร่ที่ท่านอ๋องหนานฉีมาถึง คาดว่าเมิ่งไห่หนิงค