ร็จแล้วจะเรียกท่านกลับมาเอง”
การที่บอกให้โม่จิ่วเยี่ยออกไปหาสัตว์ป่านั้นเป็นเพียงข้ออ้างเพราะตลอดทางที่ผ่านมา พวกเขาไม่เห็นแม้แต่เงาของสัตว์ป่าเลยเฮ่อจือหร่านแค่หาข้ออ้างไล่ให้อีกฝ่ายออกไปไกล ๆ เท่านั้นเองแต่โม่จิ่วเยี่ยรู้ใจนางดี“ตกลง ข้าจะไปไกลสักหน่อย หากเจ้าเจออันตรายก็ร้องออกมาดัง ๆ”“อืม ท่านวางใจเถอะ หากมีอันตราย ข้าจะร้องเรียกท่านกลับมาช่วยแน่”โม่จิ่วเยี่ยเดินขึ้นสูงต่อไปพลางเหลียวหลังมองมาเป็นระยะ ในใจยังแอบหวังว่าเฮ่อจือหร่านจะยอมให้เขาอยู่ด้วยต่อทว่าเฮ่อจือหร่านกลับไม่เอ่ยปากรั้งรอเขาไว้แม้แต่น้อย…จนกระทั่งร่างของโม่จิ่วเยี่ยเลือนหายไป เฮ่อจือหร่านจึงเดินมาหยุดอยู่ใต้พุ่มไม้รกทึบ พลางกวาดสายตามองบริเวณรอบตัวจากนั้นจิตส านึกก็เข้าสู่พื้นที่มิติอย่างรวดเร็วนางหยิบโทรศัพท์ออกมา สั่งซื้อสมุนไพรให้เพียงพอกับคนเหล่านั้นกินได้หนึ่งวันนอกจากนี้ เพื่อช่วยการล่าสัตว์ของโม่จิ่วเยี่ย นางจึงซื้อกระต่ายเนื้อเป็น ๆ อีกสิบตัว
ไก่ฟ้าในยุคหลังกลายเป็นสัตว์ป่าต้องห้าม เถาเป่าจึงไม่มีขายแต่มีไข่ไก่ฟ้าขายอยู่แม้ว่าราคาของไข่ไก่ฟ้าจะแพงกว่าไข่ไก่ธรรมดาไปบ้าง แต่โชคดีที่สามารถเปิดเผยต่อผู้อื่นได้เมื่อเตรียมเสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงตะโกนบอกโม่จิ่วเยี่ยที่เพิ่งจะจากไป“โม่จิ่วเยี่ย! ข้าเสร็จแล้วนะ!”นางตะโกนเรียกไปสองครั้ง แต่ก็ไร้เสียงตอบรับเฮ่อจือหร่านเริ่มรู้สึกกังวล จึงเดินขึ้นไปตามทางลาดชันเพื