่อตามหาเขาเดินไปได้ไม่ถึงร้อยก้าว นางก็พบกับเงาร่างอันคุ้นตาโม่จิ่วเยี่ยก าลังเดินตรงเข้ามาพร้อมกับแบกแพะภูเขาไว้บนบ่าแท้จริงแล้วเขาได้ยินที่นางตะโกนเรียก แต่เพราะก าลังไล่ล่าแพะภูเขาอยู่ จึงไม่กล้าส่งเสียงรบกวนด้วยเกรงว่าจะท าให้มันตกใจ จึงไม่ได้ตอบรับนางในทันที่เมื่อจับแพะภูเขาได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รีบแบกมันแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปหาเฮ่อจือหร่านมองดูแพะภูเขาบนบ่าของโม่จิ่วเยี่ยแล้ว เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา
หากรู้ว่าเขายังสามารถล่าแพะภูเขาได้ นางก็คงซื้อมาจากร้านในเถาเป่าสักตัวแล้วโม่จิ่วเยี่ยเดินเข้ามาหานางอย่างรวดเร็ว ชั่วขณะหนึ่งเขาก็เหมือนลังเล แต่แล้วท าท่าทางมั่นใจก่อนจะคว้ามือนาง“พวกเราไปกันเถอะ!”ทว่ายามเห็นกระต่ายที่ยังมีชีวิตอยู่มากมาย โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกตกใจด้วยความสามารถของเขา ยังไม่สามารถหากระต่ายป่าได้มากมายขนาดนี้ แล้วเฮ่อจือหร่านท าได้อย่างไร?กระต่ายพวกนี้มาจากถุงวิเศษของนางหรือเปล่า?แต่ไม่นานเขาก็นึกถึงเหตุผลเดิม ๆ ที่เคยใช้ปลอบใจตัวเอง นี่เป็นความลับที่ไม่ควรเอ่ยถามเมื่อจัดการกับความคิดของตัวเองได้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็หาเศษไม้มา มัดรวมกันด้วยเถาวัลย์ ท าเป็นแพล าเล็ก ๆทั้งสองคนช่วยกันลากแพที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่ากลับไปที่ถ ้าเผิงวั่งเห็นของพวกนี้แล้วแววตาก็เป็นประกาย“น้องชาย น้องสะใภ้ พวกเจ้าคงเหนื่อยแล้ว ในช่วงเวลาแบบนี้การที่สามารถท าให้ทุกคนมีข้าวกิน นับเ