พวกเจ้ามีวิธีที่ดีกว่านี้หรือไม่”โม่จิ่วเยี่ยเองก็รู้สึกหมดหนทางเช่นกัน“สถานการณ์เช่นนี้ คงท าได้เพียงรอให้ทางการมาจัดการ”แต่เฮ่อจือหร่านกลับคิดต่างออกไป“หลังภัยพิบัติใหญ่ มักจะมีโรคระบาดตามมา ตอนนี้ในหมู่บ้านมีคนเป็นกาฬโรคแล้ว หากไม่รีบจัดการกับศพเหล่านั้น โรคนี้คงจะแพร่ระบาดอย่างหนัก”
“แล้วจะท าอย่างไรดี” โม่จิ่วเยี่ยเอ่ยถามขึ้นพร้อมกันกับเผิงวั่ง“วิธีที่ดีที่สุดคือรีบเก็บกู้ศพขึ้นฝั่งโดยเร็วที่สุดแล้วจัดการเผาเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค”ในความคิดของนาง นี่เป็นวิธีควบคุมสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเผิงวั่งกับโม่จิ่วเยี่ยเบิกตาโตพร้อมกัน เรื่องเผาศพนี้ พวกเขายอมรับไม่ได้จริง ๆในสายตาคนโบราณเช่นพวกเขา ผู้ตายคือคนที่ส าคัญ จึงมีเพียงการฝังดินเท่านั้นที่จะท าให้คนเป็นสบายใจได้การเผาศพเป็นการไม่ให้เกียรติผู้ตายอย่างมาก และญาติพี่น้องของพวกเขาก็คงไม่เห็นด้วย“น้องสะใภ้ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นไปไม่ได้”นางเข้าใจความรู้สึกของเขา การเปลี่ยนความคิดที่ฝังรากลึกของคนคนหนึ่งเป็นเรื่องยากมากแต่เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อคนที่รอดชีวิต นางจึงท าได้แค่เกลี้ยกล่อมต่อไป“พี่เผิง ข้าเข้าใจความรู้สึกของทุกคนที่อยากให้ญาติพี่น้องได้ไปสู่สุคติ ท่านลองคิดดูสิ ถ้าศพที่มีเชื้อเหล่านั้นไม่ได้รับการจัดการ
อย่างทันท่วงที่ นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว ยังส่งผลกระทบต่ออากาศและแหล่งน ้า ซ ้ายังอาจก่อให้เกิดโรคระบา