้าวิ่งผ่าน จนรู้สึกชาวาบไปทั้งตัว
เมื่อเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาและใบหน้าอันหล่อเหลาของโม่จิ่วเยี่ยในระยะประชิดเฮ่อจือหร่านรู้สึกได้ว่าใบหน้าของนางเริ่มเห่อร้อนมากขึ้น จึงรีบผลักร่างของชายหนุ่มที่ยังคงโอบกอดนางอยู่ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเผชิญกับความล าบากใจในที่สุดโม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกตัว เขารีบชักมือกลับจากเอวของนางทั้งสองหันหน้าหนี ไม่กล้ามองหน้ากันอีกหลังจากเงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายโม่จิ่วเยี่ยก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเรากลับกันเถอะ”“อืม!” เฮ่อจือหร่านเดินตามโม่จิ่วเยี่ยไปติด ๆ นางไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีวันที่รู้สึกเขินอายได้แบบนี้ทั้งสองเดินกลับไปอย่างเงียบ ๆ ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่จนพวกเขากลับมาถึงโรงเตี๊ยมที่ขบวนนักโทษค้างคืนครอบครัวของโม่จิ่วเยี่ยเห็นพวกเขากลับมาอย่างปลอดภัยก็รู้สึกโล่งใจเพื่อไม่ให้ต้องล าบากใจเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านจึงรีบเข้าไปพูดคุยกับพวกพี่สะใภ้แทนกระทั่งฟ้ามืด พวกเขาทั้งสองจึงจ าเป็นต้องกลับเข้าห้องและพบหน้ากันอีกครั้ง
ภายในห้องพักอันเงียบสงัด พวกเขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของกันและกันเท่านั้นและแล้วโม่จิ่วเยี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากท าลายความเงียบนี้“เอ่อ…นั่น…เช่นนั้น…ก็พักผ่อนกันเถอะ!”“ตกลง!” เฮ่อจือหร่านพุ่งเข้าไปในผ้าห่มด้านในจนชิดติดก าแพงโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ต่างกัน เขาขยับไปนอนริมเตียงจนแทบจะตกอาจเป็นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปเมื่อตอ