อย่างไรก็ตาม อาวุธที่เฮ่อจือหร่านเคยใช้สังหารคนเมื่อคราวนั้นมีขนาดใหญ่กว่านี้มากยิ่งไปกว่านั้น เขายังจ าได้ดีถึงพลังของมัน แม้แต่เขาเองก็ยังมองไม่ออกว่าอาวุธลับนั้นถูกยิงออกไปได้อย่างไร ซึ่งบ่งบอกได้ความเร็วอันน่าเหลือเชื่อของมันเห็นได้ชัดว่าโม่จิ่วเยี่ยถูกปืนพกขนาดเล็กนี้ดึงดูดความสนใจเฮ่อจือหร่านจึงฉวยโอกาสรีบโน้มน้าว“ท่านเห็นอาวุธของข้าแล้ว หากให้ข้าติดตามท่านไปย่อมไม่เป็นภาระ แต่ข้าจะเป็นก าลังส าคัญให้กับท่านได้”โม่จิ่วเยี่ยยังคงลังเลเฮ่อจือหร่านพยายามเกลี้ยกล่อมเขาต่อ “ท่านลองนึกถึงฝีมือแพทย์ของข้าสิ หากหนานฉี คิดลอบวางยาพิษในอาหาร ข้าก็สามารถรู้ได้ในทันทีไม่ใช่หรือ”ได้ยินดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ยอมตกลงในที่สุด“เจ้าไปกับข้าได้ แต่หากเจออันตราย เจ้าต้องรีบหนีเอาตัวรอดก่อน อย่าสนใจข้า เข้าใจหรือไม่”เฮ่อจือหร่านพยักหน้าราวกับเป็นคนโง่ “เข้าใจแล้ว ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน”
เมื่อเรื่องทุกอย่างจัดการเรียบร้อยดีแล้ว พวกเขาทั้งสองจึงกลับไปนอนบนเตียง แม้ว่าทั้งสองคนจะรู้สึกง่วง แต่ก็ยังคงพยายามรักษาท่าทางเดิมเอาไว้ เพราะกลัวว่าหากเผลอไผลและสัมผัสร่างกายกันและกันเข้า…เช้าวันรุ่งขึ้น เผิงวั่งก็ไม่พูดเรื่องเดินทางต่อเรื่องนี้ท าให้ทุกคนต่างก็งุนงงสงสัยแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากถามถึงสาเหตุ การที่ได้พักอยู่ในโรงเตี๊ยมต่ออีกวัน พวกเขาย่อมยินดีอยู่แล้วจนกระทั่ง