เวลาใกล้เที่ยง รถม้าคันหนึ่งก็มาจอดเทียบอยู่หน้าโรงเตี๊ยมสารถีเดินเข้ามาเชิญตัวโม่จิ่วเยี่ยไป อีกทั้งท่าทีของพวกเจ้าหน้าที่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เข้าไปขัดขวาง ทุกคนจึงเข้าใจขึ้นมาทันที่ที่แท้ เหตุผลที่ไม่เดินทางต่อในวันนี้ เป็นเพราะโม่จิ่วเยี่ยนี่เองเพียงแต่พวกเขาไม่รู้ว่า อีกฝ่ายเป็นใครกันที่มีอ านาจมากมายถึงขั้นสามารถสั่งให้พวกเขายุติการเดินทาง และส่งรถม้ามารับตัวนักโทษคนหนึ่งไปได้สีหน้าฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความกังวล จึงเอื้อมมือไปจับมือของโม่จิ่วเยี่ยไว้แน่น
“จิ่วเยี่ย”โม่จิ่วเยี่ยตบมือของฮูหยินผู้เฒ่าเบา ๆ “ท่านแม่ ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ข้ามีสหายที่จะจัดงานเลี้ยงอ าลาให้ข้า ข้าไปครานี้ไม่นานก็กลับมา”แม้ฮูหยินผู้เฒ่าจะกังวลใจ แต่ด้วยผ่านเรื่องราวใหญ่โตมามากนางจึงรู้ดีว่าไม่อาจขัดขวางความต้องการบุตรชายได้ฮูหยินผู้เฒ่าจึงได้แต่ก าชับด้วยความห่วงใย “ตอนนี้เจ้าไม่ใช่แม่ทัพผู้เกรียงไกรอีกแล้ว อย่าท าอะไรเกินตัวนัก”“ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะ ข้าจะไปกับท่านพี่เอง รับรองว่าไม่มีเรื่องอันใดเกิดขึ้นแน่นอน”เพื่อให้แม่สามีสบายใจ เฮ่อจือหร่านจึงอาสาช่วยโม่จิ่วเยี่ยอธิบายเมื่อเห็นว่าเฮ่อจือหร่านจะไปกับบุตรชายด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าจึงเบาใจขึ้นบ้าง“เช่นนั้นก็ดี เจ้าสองคนออกไปข้างนอกก็ช่วยดูแลกันและกันนะ”เมื่อปลอบโยนฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยก็ขึ้นรถม้าไปด้วยกันสารถีมองเฮ่อจือหร่านอย่าง