ในใจของโม่จิ่วเยี่ ตอนนี้ก็มีเรื่องมากมายอยากจะพูดกับเฮ่อจือหร่าน พอเห็นเผิงวั่งยังคงอยู่ที่นี่และไม่ยอมไปไหนสักที่ เขาจึงแกล้งท าเป็นไม่สบาย“ฮูหยิน ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายนัก เจ้าช่วยพยุงข้าที”เฮ่อจือหร่านมองปราดเดียวก็รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยแสร้งท า จึงเข้าไปช่วยพยุงแขนเขาไว้ข้างหนึ่ง“ท่านพี่ อาการบาดเจ็บของท่านคงยังไม่หายขาด วันนี้พวกเรายังเดินทางมาทั้งวัน ข้าจะพยุงท่านเดินไปช้า ๆ รอถึงโรงเตี๊ยมแล้ว ข้าจะตรวจอาการให้ท่านอย่างละเอียดอีกรอบ”โม่จิ่วเยี่ยจึงถือโอกาสเอนซบร่างกายของเฮ่อจือหร่าน ในสายตาของคนนอกนั้นเขาดูอ่อนแอมากเผิงวั่งเห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยท่าทางจะไม่สบายจริง ๆ จึงรีบสั่งให้ขบวนเดินทางช้าลง และเขาก็ไปด้านหน้าของขบวนเพื่อควบคุมความเร็วด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าเผิงวั่งเดินไปไกลแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ส ารวจไปรอบ ๆ หลังพบว่ามีแค่คนในบ้านที่มองมายังเขาด้วยความเป็นห่วงเขาจึงส่งสายตาให้ทุกคนบ่งบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร จากนั้นจึงกระซิบกับเฮ่อจือหร่าน
“การปรากฏตัวของเจ้า ท าให้เวลาที่พวกเขาจะพบกันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง”ความหมายของโม่จิ่วเยี่ยคือไม่ว่าอย่างไรทั้งสองคนนั้นย่อมจะได้พบกันอยู่แล้วเฮ่อจือหร่านไม่แปลกใจกับเรื่องนี้นัก นางยังยินดีที่หนานฉีได้รู้จักกับเฟ่ยหนานอวี่ด้วยซ ้าตราบใดที่เฟ่ยหนานอวี่ได้เป็นขุนนางของหนานฉี เฮ่อจือหร่านก็สามารถอ้างอิงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพื่อคาด