ต่อไปคราวนี้เฮ่อจือหร่านหมดหวังอย่างแท้จริงแล้วเดิมทีนางยังคิดว่าปานของโม่จิ่วเยี่ยอาจถูกคนสกุลโม่ท าขึ้นในภายหลังก็เป็นได้แต่หนานฉีกลับไม่มีปานประจ าตระกูลของสกุลโม่เลย ซึ่งเป็นการยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ถูกสลับตัวกันกล่าวคือ บันทึกนอกเหนือประวัติศาสตร์นี้ไม่อาจพิสูจน์ได้เมื่อได้รับค าตอบสุดท้ายจากโม่จิ่วเยี่ย เฮ่อจือหร่านก็เลิกสงสัยในชาติก าเนิดของเขาอย่างสิ้นเชิงขณะเดียวกัน นางก็ยิ่งไม่เข้าใจพฤติกรรมขอ หนานฉีที่มีต่อเขามากขึ้นผู้ผูกปมเท่านั้นที่จะแก้ปมได้ ตอนนี้คงมีเพียงหนานฉีเท่านั้นที่รู้ค าตอบนี้เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านยังคงครุ่นคิด โม่จิ่วเยี่ยอยากจะถามนางนักว่านางไปรู้เรื่องไร้สาระเช่นนี้มาจากที่ใดแต่เมื่อนึกถึงค าสัญญาที่เคยให้ไว้กับนาง โม่จิ่วเยี่ยก็พยายามอดกลั้นความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ในใจ
เพื่อไม่ให้นางกังวลไปมากกว่านี้ โม่จิ่วเยี่ยจึงเลือกที่จะเล่าเรื่องที่เขาคาดเดาไว้ทั้งหมด“ข้ากับหนานฉีเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นมาก เขาจริงใจกับข้าเสมอ”“จ าได้ว่าตอนที่ข้าไปรบอยู่ชายแดนและขาดแคลนเสบียง ข้าส่งหนังสือขอความช่วยเหลือไปยังราชส านักแต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง ในตอนที่เสบียงใกล้จะหมด เหล่าทหารในกองทัพก็ก าลังจะอดตาย หนานฉีเป็นคนมอบเงินของเขา ไปรวบรวมเสบียงตามที่ต่าง ๆ แล้วส่งมาให้ข้าที่ชายแดน ครั้งนั้นนับว่าเขาช่วยชีวิตพวกเราไว้”“ครั้งแรกที่ข้าออกรบ ข้าถ