คนที่มาเป็นเฟ่ยหนานอวี่!เขาเดินกะเผลกน าหน้า ด้านหลังตามมาด้วยคนสี่คนแบกโลงศพเฟ่ยหนานอวี่เห็นเฮ่อจือหร่านแล้วเช่นกัน คิ้วเขาพลันขมวดเข้าหากันทันที่ จ้องมองนางอย่างพิจารณา ราวกับต้องการมองทะลุผ่านอะไรบางอย่างเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาเช่นนั้น สีหน้าเฮ่อจือหร่านกลับยังคงสงบนิ่ง“เจ้ามาท าอะไรที่นี่”“ข้าเห็นว่าที่นี่เงียบสงบ จึงแวะพักอาศัยร่มเงาสักหน่อย”นางมองคนสี่คนก าลังแบกโลงศพเข้ามาใกล้ เฮ่อจือหร่านก็ผลักรถเข็นไม้เข้าไปชิดก าแพง เพื่อเปิดทางให้พวกเขาเฟ่ยหนานอวี่มองดูเสบียงที่เต็มคันรถ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสงสัยอะไรเขาประสานมือคารวะเฮ่อจือหร่าน “ที่บ้านยังมีงานศพต้องจัดการ ข้าขอตัวก่อน”พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไปไม่เหลียวหลังเฮ่อจือหร่านมองเฟ่ยหนานอวี่พาคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้าไปในลานด้านในสุด จากนั้นนางจึงลุกขึ้นเข็นรถเข็นไม้จากไป
ระหว่างทาง นางพบแผงลอยวางหมวกฟางซ้อนกันเป็นตั้งส าหรับผู้ถูกเนรเทศ โดยเฉพาะหญิงสาวเหล่านั้น พวกนางต้องเผชิญกับแดดร้อนจัดตลอดทั้งวัน จึงจ าเป็นต้องมีหมวกฟางเช่นนี้สักใบดังนั้น นางจึงไม่ลังเลที่จะซื้อหมวกฟางทั้งหมดบนแผงลอย รวมเป็นทั้งหมดยี่สิบแปดใบเมื่อกลับมาถึงร้านน ้าชา เผิงวั่งเห็นนางกลับมาเร็วเช่นนี้ก็รู้สึกตกใจมาก“นาน ๆ ทีจะได้ออกมาสักครั้ง เหตุใดน้องสะใภ้ไม่เดินให้นานอีกสักหน่อยเล่า”เฮ่อจือหร่านเงยหน้ามองท้องฟ้า “อากาศร้อนเกินไป ข้าวของบนรถก็เยอะมาก ข้าเดินต่อไม่