ึ่งต าลึง”เฮ่อจือหร่านเลิกคิ้ว “ท่านเอาหมาป่าไปขายที่ร้านขายหนังสัตว์หรือ”“ใช่ เจ้าของร้านบอกว่าไม่มีใครกินเนื้อหมาป่า รับซื้อเพียงขนของมันเท่านั้น”แท้จริงแล้วเผิงวั่งรู้สึกว่าหมาป่าตัวละหนึ่งต าลึงก็ดีมากแล้วเพราะอย่างไรเสียก็เป็นเงินที่ได้มาเปล่า ๆ เขาย่อมไม่ถือสายิ่งไปกว่านั้น เมื่อคืนยังฆ่าหมาป่าได้มากมายขนาดนี้ ถ้าพวกมันตัวละหนึ่งต าลึง ก็น่าจะได้ถึงห้าสิบต าลึงเชียวนะ!การที่เขามาปรึกษาหารือกับนางด้วย ก็เพราะนับถือพวกเขาทั้งสองคน อีกอย่าง หากพวกเขายอมตกลงตามข้อเสนอ ก็สามารถเจรจาเรื่องเงินกันได้อีกที่
ทว่าดูเหมือนเฮ่อจือหร่านจะไม่เห็นด้วยกับการเอาหมาป่าไปขายที่ร้านขายหนังสัตว์“แล้วถ้าข้ามีวิธีท าให้หมาป่าพวกนี้มีมูลค่ามากกว่าเดิม เจ้าหน้าที่เผิงจะเต็มใจหรือไม่”“ข้าจะไม่เต็มใจได้อย่างไร” เจ้าหน้าที่เผิงตอบโดยไม่ต้องคิดเฮ่อจือหร่านมองไปรอบ ๆ พลางนึกถึงเรื่องที่พวกเขาฆ่าหมาป่าเมื่อคืน แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นฝีมือของนางกับโม่จิ่วเยี่ย แต่นางก็เห็นว่าบุรุษตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางก็ช่วยเช่นกัน จะให้พวกเขาเหนื่อยเปล่าก็ไม่ได้ยิ่งไปกว่านั้น ตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางต่างก็ไม่มีเงินติดตัว การช่วยเหลือกันและกันเช่นนี้ไปตลอดจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาระยะยาว จะเป็นการดีกว่าหากปล่อยให้พวกเขาได้โอกาสนี้มีเงินติดตัวเสียหน่อยนางเชื่อว่าหากท าเช่นนี้ ต่อไปตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น“เจ้า