ว…”ได้ยินถ้อยค าคร ่าครวญของภรรยาเหอหมิงและเหอเลี่ยง เหอจื่อหยวนพลันได้รู้เรื่องอีกอย่าง นั่นคือเมื่อคืนนี้สองพี่น้องไม่ได้นอนเจ็บอยู่ด้วยกัน
ด้วยเบาะแสนี้ ความคิดของเหอจื่อหยวนก็เหมือนจะชัดเจนขึ้นอีกหลายส่วนเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในขบวนเนรเทศ เผิงวั่งก็ไม่สามารถส่งศพของเหอเลี่ยงไปที่ว่าการเพื่อให้นายอ าเภอไต่สวนและตามหาฆาตกรตัวจริงได้ เขาจึงสั่งให้คนไปจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทางในขณะที่ตระกูลเหอยังคงเศร้าโศกอยู่นั้น เจ้าหน้าที่ก็ไไปหาคนที่เชี่ยวชาญในการจัดการศพของท้องถิ่นมาแล้ว หลังมอบเงินไปจ านวนหนึ่ง ชายคนนั้นก็ยกศพของเหอเลี่ยงออกไปเฮ่อจือหร่านตรวจศพจนพบบางอย่างแล้ว นางจึงไม่อยู่ที่นี่ต่อหลังจากบอกลาเผิงวั่งแล้ว ก็กลับไปที่ห้องของโม่จิ่วเยี่ยเมื่อนางก้าวเข้าประตูมา โม่จิ่วเยี่ยก็ถามอย่างร้อนใจ “เจ้าพบอะไรหรือไม่”เฮ่อจือหร่านบอกผลการตรวจศพให้โม่จิ่วเยี่ยฟัง และเน้นย ้าเรื่องที่พี่น้องตระกูลเหอไม่ได้นอนอยู่ในบริเวณเดียวกันดวงตาของโม่จิ่วเยี่ยมืดครึ้มลงในทันที่เมื่อเห็นสีหน้าของเขา เฮ่อจือหร่านก็รู้ว่าเขาต้องนึกบางอย่างขึ้นได้แน่ ๆ“ท่านคิดว่าเหอเลี่ยงเป็นแพะรับบาปของท่านใช่หรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยเงยหน้าขึ้น สายตานั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น“เจ้าก็คิดเช่นนี้เหมือนกันหรือ”เฮ่อจือหร่านพยักหน้า ก่อนบอกข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา“เวลาตายของเหอเลี่ยงน่าจะเป็นหลังจากที่ท่านกลับ